านี้หลิ่วสือซุ่ยถึงได้พบว่าที่แท้รูปปั้นเทพทะเลองค์นี้คือคนจริงๆ
ใบหน้าของเทพทะเลดูไม่มีอะไรพิเศษ ร่างกายสวมชุดสีดำ แต่กลับแผ่กลิ่นอายของความสูงศักดิ์และความยิ่งใหญ่ออกมา มีความรู้สึกเหมือนราชากำลังจ้องมองดูประชาชน
“ท่านก็คือ….” หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดว่าควรจะเรียกอีกฝ่ายอย่างไร จากนั้นกล่าวว่า “หัวหน้าของปู้เหล่าหลิน?”
“จะเรียกแบบนั้นก็ได้”
เสียงของคนชุดดำฟังดูเลื่อนลอย คล้ายดังมาที่ไกลๆ
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวถามว่า “เหตุใดถึงต้องการพบข้า?”
คนชุดดำกล่าว “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าสังหารลั่วไหวหนานได้อย่างไร”
หลิ่วสือซุ่ยไม่แม้แต่จะคิด กล่าวว่า “ความลับ”
เห็นได้ชัดว่าคำตอบนี้เหนือไปจากที่คนชุดดำคิดเอาไว้ในตอนแรก เขางุนงงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา พลางกล่าวถามว่า “อีกคนที่ออกกระบี่คือใคร?”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดอย่างจริงจัง กล่าวว่า “มองไม่ออก”
คนชุดดำกล่าวถามว่า “กระบี่พรหมจรรย์อยู่ในมือเจ้า?”
หลิ่วสือซุ่ยถึงได้รู้ว่ากระบี่ที่เจ้าล่าเยวี่ยมอบให้ตนมามีนามว่าพรหมจรรย์
สีหน้าและการตอบสนองของเขาล้วนแต่ดูเป็นจริง
เพราะเดิมมันก็เป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว
เขามองดูคนชุดดำพลางกล่าว “กระบี่เล่มนั้นเป็นของข้า”
คนชุดดำมองเขาเงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “อย่างนั้นก็เป็นของเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “ขอบคุณ”
คนชุดดำกล่าวว่า “เช่นนั้นอย่างน้อยเจ้าก็ควรบอกข้าหน่อย ในเมื่อเจ้าฆ่าแต่คนชั่ว เหตุในจึงฆ่าลั่วไหวหนาน?”