่อนไหวของเขา
เขารู้สึกสับสน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักชิงซานถึงได้ปกป้องครอบครัวของศิษย์ที่ถูกขับออกจากสำนัก
หรือนี่จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าอำนาจของชิงซานห้ามมิให้ใครมาละเมิด?
หิมะไหลราวน้ำตก
ความหนาวเย็นเสียดแทงกระดูก
เขารับรู้ได้ถึงเจตจำนงนั้น ไหนเลยจะกล้ารั้งรอ ล้มลุกคลุกคลานหนีออกไป ขณะเดียวกันก็นำเอาเจตจำนงนั้นออกไปด้วย
—-หมู่บ้านเป็นพื้นที่หวงห้ามของชิงซาน ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าใกล้
……
……
ในจังหวัดเจี้ยนอันมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง
หลิ่วสือซุ่ยสวมหมวกลี่เม่า เดินอยู่บนถนนหลักเพียงเส้นเดียวภายในเมือง
การถูกทั่วทั้งแผ่นดินตามไล่ล่านั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอย่างมาก แต่ก็มิได้ถือว่าอันตรายอะไร
เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้หลบหนีกระบี่ ข่ายพลังชิงซานก็ไม่มานั่งตามหาร่องรอยเขาอยู่ตลอดเวลา
จำนวนผู้บำเพ็ญพรตมีไม่มาก หน่วยงานทางราชการในโลกก็ยากที่จะพบตัวเขา
ขอเพียงเขาไม่ทำตัวโดดเด่น ไม่ไปสถานที่อย่างเมืองเจาเกอ ไม่เข้าใกล้สายแร่พลังวิญญาณในเขาลึกที่อาจจะมีสำนักบำเพ็ญพรต เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะถูกคนพบเข้า
การที่ปู้เหล่าหลินและพรรคมารเหล่านั้นสามารถอยู่รอดมาได้นานขนาดนี้ นั่นย่อมต้องมีเหตุผลอยู่
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่หน้าแผงขายชา ในหัวครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ก่อนจะขอชาเย็นมาชามหนึ่ง
บนถนนด้านหน้าพลันมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
เขาหันมองไป ก่อนจะเห็นม้าตัวหนึ่งกำ