ยวี่ยกล่าว “ข้ามีกระบี่”
จินหมิงเฉิงกล่าวว่า “กระบี่มิคำนึงมิใช่ว่าสูญหายไปในที่ราบหิมะแล้วหรือ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้ายังมีกระบี่ของตัวเองอยู่”
จินหมิงเฉิงกล่าว “กระบี่เล่มนั้นธรรมดา อีกทั้งถูกคนจำได้ ไม่เหมือนกระบี่พรหมจรรย์ที่เก็บซ่อนอยู่ในวังมาหลายร้อยปี ถูกผู้คนลืมเลือนไปนานแล้ว
กู้ชิงครุ่นคิดอย่างระมัดระวัง หรือนี่จะเป็นการยืมกระบี่ฆ่าคน?
“หากฝ่าบาททรงต้องการสังหารใคร หรือพระองค์ยังต้องยืมมือผู้อื่นอีก?” เจ้าล่าเยวี่ยถาม
จินหมิงเฉิงค่อยๆ กล่าวว่า “ฝ่าบาททรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าดิน และเพราะเหตุนี้ หลายเรื่องจึงทรงไม่สะดวกที่จะทำ”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไรอีก รับเอากระบี่บุตรคนแรกเล่มนั้นมา
กู้ชิงมองดูนาง รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เดิมเขาคัดค้านการเข้าวังมาในคืนนี้ เพราะในตำหนักต่างๆ ที่ดูเหมือนธรรมดาแห่งนี้นั้นแอบซ่อมอันตรายและยอดฝีมือผู้บำเพ็ญพรตที่แท้จริงเอาไว้เป็นจำนวนมาก
หากยอดฝีมือเหล่านี้คิดจะกำจัดเขากับเจ้าล่าเยวี่ย พวกเขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เขาถึงขนาดคิดว่าตัวเขาไม่สามารถแม้กระทั่งปกปิดร่องรอยของตัวเองได้
แต่เจ้าล่าเยวี่ยสงบนิ่งเป็นอย่างมาก นางมิได้กังวลใจเลย คล้ายรู้สึกอะไรบางอย่าง
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เจ้าล่าเยวี่ยได้คาดเดาออกแล้วว่าวันนั้นจิ๋งจิ่วได้ออกจากเรือนตระกูลเจ้าไปพบฝ่าบาทที่ภูเขาหลีซาน
……
……
ทางเหนือของจังหวัดอวี้มีเขาที่อยู่ห่างไกลแถบหนึ่ง ที่แห่งนี้มีสำน