ามจริงกลับค่อนข้างร้อนใจ
ที่นี่อยู่ห่างจากสำนักเป่ยซีไม่ไกล หากอีกฝ่ายมีคนมาช่วยจะทำอย่างไร ที่สำคัญก็คือหากเขาอวิ๋นเมิ่งรู้ตัวเข้า เช่นนั้นมันจะยุ่งยากเอาได้
ทันใดนั้นในข่ายพลังพลันเกิดช่องว่างขึ้นมา สายตาของผู้อาวุโสของสำนักเสวียนอินเย็นยะเยือกขึ้นทันที เขาแปลงกายเป็นหมอกดำฝ่าแสงแวววาวของข่ายพลังเข้าไปหาศิษย์สำนักเป่ยซี
หมอกดำรวมตัว เขาปรากฏตัวขึ้น มือถือธงทมิฬฟาดใส่อาจารย์อาแซ่หลิวผู้นั้น
อาจารย์อาแซ่หลิวไหนเลยจะกล้ารับอาวุธมารระดับนี้ตรงๆ เขาใช้อาวุธวิเศษในการช่วยให้ตัวเองหลบไปด้านหลัง มิได้สนใจเลยว่าศิษย์ที่ตั้งข่ายพลังอยู่นั้นจะเผยตัวออกมา
สิ่งที่ผู้อาวุโสสำนักเสวียนอินต้องการก็คือผลลัพธ์เช่นนี้ เขายิ้มเยาะ ธงที่แฝงเอาไว้ด้วยไอพลังชั่วร้ายห่อหุ้มศิษย์สำนักเป่ยซีที่อยู่ใกล้สุดเข้าไป
ธงทมิฬของเขาแฝงเอาไว้ด้วยพลังของอสูรดินและอสูรเลือด ผู้บำเพ็ญพรตธรรมดาหากไม่มีอาวุธวิเศษคอยคุ้มกันร่างกาย เมื่อสัมผัสเข้าไปก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว
ศิษย์สำนักเป่ยซีผู้นั้นหน้าตาธรรมดา ไอพลังที่แผ่ออกมาก็ธรรมดา ดูท่าแล้วจะต้องตายอย่างแน่นอน เขาคล้ายตกใจจนเลอะเลือน ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติง
ผู้อาวุโสของสำนักเสวียนอินพลันรู้ถึงได้ถึงความผิดปกติ
ระฆังสัมฤทธิ์ใบหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
……………………………….