้เสด็จมาเยี่ยมนางที่ตำหนักหลายวันแล้ว
“พระสนม มีแขกสองคนต้องการพบพระองค์”
ครั้นกล่าวจบ ลู่กั๋วกงก็ถอยออกไปจากตำหนัก มิได้มีความลังเลใดๆ
เจ้าล่าเยวี่ยและกู้ชิงเดินออกมาจากด้านหลังเสาของระเบียงทางเดิน
แล้วก็ไม่รู้ว่าพวกเขามาที่นี่ด้วยเหตุใด
พระสนมหูมิได้ตะโกนว่ามีนักฆ่า แล้วก็มิได้ตะโกนเรียกคน นางเพียงแต่จ้องมองเจ้าล่าเยวี่ยอย่างเงียบๆ
เมื่อสามปีก่อนพวกนางเคยเจอกันในสวนดอกเหมยเก่า ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองฝ่ายยังมีความแค้นเก่าระหว่างกันด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ในสถานการณ์แบบนี้ยังใจเย็นได้ขนาดนี้ เจ้าแข็งแกร่งกว่าเมื่อสามปีก่อนมากทีเดียว”
พระสนมหูเหลือบมองนาง กล่าวว่า “ต่อให้เจ้าเป็นเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซาน แต่แอบเข้ามาในวังกลางดึกโดยพลการเช่นนี้ หากถูกคนพบเข้าก็ยากที่จะปัดความรับผิดชอบได้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเป็นห่วงตัวเจ้าในตอนนี้มากกว่านะ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของพระสนมหูค่อยๆ หรี่เล็กลง
ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ ค่อนข้างอ่อนแรง แต่ใบหน้ายังคงดูไร้เดียงสาใสซื่ออยู่ เมื่อหรี่ตาลงก็ยิ่งมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
กู้ชิงหมุนตัว ไม่มองนางอีก
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูท้องของนาง กล่าวว่า “สามปีแล้ว?”
พระสนมหูได้ยินดังนั้นจึงโมโหขึ้นมา นางกัดฟันพลางกล่าวว่า “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องนี้ปิดใครไม่ได้ ชาวบ้านพากันพูดถึงเร