รจึงจะควบคุมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ หรือพูดอีกอย่างคือใครมีสิทธิ์และความสามารถที่จะเปลี่ยนสถานะเด็กที่อยู่ในครรภ์ของนาง
พระสนมหูดวงตาเป็นประกาย นางเงยหน้ามองเจ้าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “แต่ไหนแต่ไรมา เรื่องของราชวงศ์ล้วนแต่เป็นสำนักจงโจวและวัดกั่วเฉิงเป็นคนจัดการ พวกเราสำนักชิงซานไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง”
พระสนมหูสีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง กล่าวว่า “แล้วเจ้ามาพูดเรื่องนี้กับข้าทำไม?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ฉานจึบอกว่าเจ้าดี อย่างนั้นเจ้าก็ดี”
พระสนมหูย่อมต้องรู้ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด
ในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักชิงซานหรือว่าเจ้าสำนักจงโจวก็ล้วนแต่ไม่อาจเทียบบารมีของฉานจึได้
ขอเพียงฉานจึเอ่ยปาก อย่าว่าแต่ครรภ์ทิพย์เลย ต่อให้บอกว่าเป็นครรภ์อรหันต์ ยังจะมีผู้ใดกล้าไม่เชื่อ?
“แต่…ฉานจึบอกว่าท่านกับข้าสิ้นสุดกรรมกันแล้ว อย่าว่าแต่ออกหน้าช่วยข้าพูดเลย แม้แต่หน้าข้าท่านก็ยังไม่ยอมพบ”
พระสนมหูในเวลานี้ดูอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย
“ความสัมพันธ์ของเจ้ากับฉานจึสิ้นสุดลงแล้ว แต่เขายังติดค้างยอดเขาเสินม่ออยู่”
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในการประลองวิถีพรตเมื่อสามปีก่อน แล้วก็อาจเป็นเพราะเรื่องบางเรื่องที่ยาวนานกว่านั้น
พระสนมหูเข้าใจ นางนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “พวกเจ้าต้องการอะไร?”
นางทราบดี สำนักชิงซานให้ประโยชน์ตัวเองมากขนาดนี้ สิ่ง