ังวลขึ้นมา กล่าวว่า “ทราบแน่นอนขอรับ”
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยและกู้ชิงขี่กระบี่ขึ้นไปทางเหนือ เมื่อมองเห็นเมืองใหญ่ตรงขอบฟ้าที่อยู่ไกลๆ เมืองนั้นก็บินลงไปที่พื้น
นั่นคือเมืองเจาเกอ
ที่พวกเขาบินลงมาบนพื้น มิใช่เป็นเพราะแสดงความเคารพต่อราชสำนัก แล้วก็มิใช่เพราะกลัวว่ากรมชิงเทียนจะเข้าใจผิด หากแต่เป็นเพราะพวกเขามิได้คิดที่จะไปยังเรือนซีซาน
นอกเมืองเจาเกอมีคฤหาสน์อยู่หลังหนึ่ง ไม่รู้ว่าใช้เงินทองไปมากมายเท่าไรถึงสร้างบ้านที่งดงามราวกับดินแดนแห่งเซียนออกมาได้ ซึ่งนี่ก็คือเรือนอีกหลังหนึ่งของตระกูลเจ้า
ในเรือนตระกูลเจ้ามีทะเลสาบ ในทะเลสาบมีเรืออยู่ลำหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยนั่งอยู่ที่หัวเรือ มองดูก้อนเมฆที่น่าสงสารสองสามก้อนในท้องฟ้าสีคราม นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
เมื่อสามปีก่อน นางและจิ๋งจิ่วเคยนั่งสนทนาอยู่บนเรือล้ำนี้
จากนั้นจิ๋งจิ่วมีธุระต้องจากไป ตามที่นางคาดการณ์ไว้ เขาน่าจะไปเขาหลีซาน
จากนั้นมั่วซีจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยปรากฏกาย นัดหมายนางไปเจอที่หุบเขาหมิงชุ่ยแทนกั้วตง ถึงได้เกิดการลอบสังหารครั้งนั้นขึ้น
เพราะการลอบสังหารครั้งนั้น นางจึงไม่สามารถเข้าร่วมการประลองวิถีพรตได้ เพราะคำพูดบนเรือนั้น จิ๋งจิ่วจึงเข้าร่วมการประลองวิถีพรตแทนนาง จากนั้นก็ไม่กลับมาอีก
เรือลำนี้ ตอนนั้นน่าจะจมไปซะ
กู้ชิงนั่งทำสมาธิอยู่บนพื้นหญ้าริมทะเลสาบ
ในเรือนตระกูลเจ้าไม่มีคน
กระทั่งคนใช้ก็ไม่มี
เงียบสงัดเป็นยิ่งนัก