บนโต๊ะมีกระดานหมากล้อมวางอยู่ชุดหนึ่ง
กู้ชิงมองดู มั่นใจว่านั่นเป็นหมากที่เล่นกันบนเขาฉีผานกระดานนั้น
ลู่กั๋วกงเดินออกมาจากมุมหนึ่งของห้อง ก่อนกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “ข้ารู้จักกับพ่อเจ้ามาหลายปี ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมาพบกับลูกสาวของเขาด้วยสถานะนี้”
กู้ชิงค่อนข้างตกใจ มิได้กล่าวกระไร
เจ้าล่าเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวเสียงเบาว่า “เขาบอกว่าถ้ามีเรื่อง ให้มาหาท่านได้”
ลู่กั๋วกงกล่าวว่า “เชิญว่ามา”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าอยากจะเข้าวัง”
“เข้าเฝ้าฝ่าบาท?”
ลู่กั๋วกงคิดในใจ ด้วยสถานะของเจ้าในตอนนี้ ถือได้ว่ามีคุณสมบัติพอที่จะขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้ว แต่ในเมื่อให้ตนเองจัดการ เห็นทีคงต้องการเข้าเฝ้าอย่างลับๆ?
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “พระสนม รบกวนจัดการให้ด้วย”
ลู่กั๋วกงมองดูนางเหมือนกำลังคิดอะไร กล่าวว่า “ได้”
……
……
ตอนนี้เมื่อพูดถึงพระสนมในวัง ก็ย่อมต้องหมายถึงพระสนมหู
ทุกคนต่างทราบในเรื่องนี้
บุตรชายผู้สืบทอดของลู่กั๋วกงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวังภายในสามปีนี้ โดยเฉพาะสถานการณ์ของพระสนมหู จึงเหม่อลอยเล็กน้อย
“เหตุใดนางต้องการพบพระสนมหูนั้นไม่สำคัญ”
ลู่กั๋วกงยื่นนิ้วเคาะไปเบาๆ บนโต๊ะ ทำให้บุตรชายได้สติขึ้นมา พลางกล่าวว่า “การปรากฏตัวของนางในวันนี้ ข้อมูลที่สำคัญที่สุดคืออะไร?”
บุตรชายตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “คนที่เรือนกั๋วกงของพวกเรารับใช้มาโดยตลอดก็คือยอดเขาเสินม่อ?”
ลู่กั๋วกงกล่าว “ถู