ู่ด้านในสุดของชั้นสอง
ภายในห้องกว้างขวางเป็นอย่างมาก ชายชราสวมชุดสีเขียวจำนวนยี่สิบกว่าคนกำลังรออยู่ด้านใน สีหน้าดูค่อนข้างประหม่า
ชายชราเหล่านี้คือปราชญ์ที่คอยตรวจสอบของล้ำค่าที่มีประสบการณ์มากที่สุดในเรือนเป่าซู่ แล้วยังมีผู้ดูแลที่มีสายตาเฉียบคมอีกสองสามคน กระทั่งปราชญ์ที่อยู่ในสาขาของเมืองเจาเกอก็รีบเดินทางกลับมา
เจ้าแห่งเรือนเป่าซู่เอาภาพนั้นกางลงบนโต๊ะ จากนั้นหลีกทางพลางกล่าวว่า “ใครหาเบาะแสเจอก่อน ข้าจะให้หอหนึ่งหลังเป็นรางวัล”
เหล่าปราชญ์รู้ว่าหอหนึ่งหลังที่เจ้าแห่งเรือนเป่าซู่พูดนั้นย่อมมิใช่บ้านธรรมดาในเมืองเฉาหนาน หากแต่เป็นสาขาของเรือนเป่าซู่แห่งหนึ่ง อย่างนั้นมันมีค่าเท่าไรกัน?
แต่แน่นอน ต่อให้ไม่มีเงินพวกเขาก็ต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียนรู้มาในชีวิตค้นหาเบาะแสออกมาให้ได้ เพราะสิ่งที่อยู่ในภาพนี้คืออนาคตของเรือนเป่าซู่
เหล่าปราชญ์ยืนล้อมอยู่หน้าโต๊ะ จากนั้นเริ่มมองดูภาพนั้นอย่างจริงจัง
เจ้าแห่งเรือนเป่าซู่ถอยไปริมหน้าต่าง รู้สึกอากาศร้อนอบอ้าว แต่กลับไม่กล้าเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ เขาหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากไหมขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่แตกเต็มหน้าผาก อีกด้านหนึ่งครุ่นคิดว่าหากเรื่องนี้จัดการได้ไม่ดี ก็ต้องคิดหาวิธีบางอย่างมาชดเชย — หลายปีมานี้ส่งเงินทองไปยังบ้านตระกูลเจ้ามากมายขนาดนั้น หากส่งต่อไปเกรงว่าจะผลลัพธ์ที่ได้คงจะไม่ดีสักเท่าไร ถ้าหากส่งไปที่บ้านตระกูลกู้ล่ะ?