นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี เพราะในตอนที่นักพรตจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียนในตอนนั้น เขาอวิ๋นเมิ่งนิ่งเงียบมิได้มีท่าทีใดๆ
อาคันตุกะของสำนักจงโจวที่มาร่วมงานเป็นศิษย์รุ่นที่สองคนหนึ่ง ทว่าเหล่าศิษย์ชิงซานกลับมิได้รู้สึกว่านี่เป็นการไม่เคารพ เพราะคนผู้นั้นมีชื่อเสียงอย่างมากในโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวยืนอยู่ริมธาร มองขึ้นไปบนหน้าผาอย่างตื่นเต้น ไม่รู้ว่าอีกประเดี๋ยวตนเองจะผ่านการทดสอบ และถูกอาจารย์จากยอดเขาไหนชอบพอหรือไม่
บนทางขึ้นเขาบริเวณหน้าผาและบริเวณแท่นหินที่อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น อาคันตุกะและศิษย์อาจารย์ของแต่ละยอดเขาที่มาชมงานชุมนุมนั่งกระจัดกระจาย
สายตาจำนวนมากมองไปยังศิษย์สำนักจงโจวผู้นั้น สายตาบางคู่แฝงเอาไว้ด้วยความเป็นปฏิปักษ์ แต่ที่มากกว่านั้นกลับเป็นความอยากรู้อยากเห็น
“ข้าจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อนเขาก็เข้าร่วมการประลองวิถีพรตแล้ว อายุก็น่าจะมิใช่น้อยๆ เหตุใดจึงดูอ่อนเยาว์ถึงเพียงนี้ หน้าตาเหมือนเด็กน้อยเลย”
“ก็เหมือนกับชื่อของเขามิใช่หรือ?”
“ว่ากันว่าเขาใช้หมากล้อมเข้าสู่วิถีธรรม พรสวรรค์เป็นเลิศ ระดับวิถีหมากล้อมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”
“ศิลปะทั้งสี่เป็นวิถีเล็ก จะใส่ใจไปไย อีกอย่างเขาแพ้ให้อาจารย์อาเล็กมิใช่หรือ แล้วจะบอกว่าเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ได้อย่างไร?”
บริเวณหน้าผาตกอยู่ในความเงียบ
ไม่รู้ว่าใครถอนใจออกมา