แสงอาทิตย์รุ่งอรุณปรากฏกายได้เพียงครู่หนึ่งก็ถูกเมฆกลืนกินไปอย่างรวดเร็ว
มิรู้เป็นเพราะอากาศหนาวเย็นเกินไปหรือเปล่า สีของแสงอาทิตย์คล้ายจางลงไป ดูไร้เรี่ยวแรง
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปหน้าเมืองไป๋เฉิง เหลียวหน้ากลับไปมองยังทิศเหนือ
ที่ราบหิมะอยู่ตรงหน้า จิ๋งจิ่วอยู่ข้างใน แต่นางกลับเข้าไปไม่ได้
ด้วยสภาวะของนาง ต่อให้เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ นางไม่สามารถที่จะฝ่าหมอกอันหนาวเย็นนั่นไปได้ด้วยซ้ำ เข้าไปก็มีแต่ต้องตาย
ในเวลาแบบนี้ นางต้องการความช่วยเหลือ แต่สำนักชิงซานไม่อนุญาตให้นางเข้าไป แล้วก็ย่อมไม่มีทางช่วยนาง ดังนั้นนางจึงได้แต่ต้องไปหาคนผู้นั้น
เดิมเมื่อคืนหยวนฉีจิงไม่อยากพบนาง แต่นางพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา หยวนฉีจิงเลยชี้ทางให้นาง
ทางเส้นนั้นมุ่งไปยังวัดแห่งหนึ่ง
ในเมืองไป๋เฉิงมีวัดอยู่แห่งเดียว หาไม่ยาก
นางเดินไปถึงหน้าวัด เดิมคิดว่าจะเจอคนผู้นั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางกลับได้เจอกั้วตงก่อน จึงรู้สึกค่อนข้างแปลกใจ
กั้วตงนั่งอยู่บนธรณีประตู ไม่รู้กำลังครุ่นคิดเรื่องใดอยู่
สองข้างของประตูวัดมีกลอนคู่ติดเอาไว้
“ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากคือการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เรียนรู้ธรรมะคือการเรียนรู้ตัวเอง”
บางทีกลอนคู่นี้อาจจะมีความหมายอะไรล้ำซึ้ง แต่เจ้าล่าเยวี่ยมิได้ไปคิดถึงมัน หากแต่เดินเข้าไปในวัด
ในตอนที่ร่างกายเฉียดผ่าน กั้วตงถามว่า “อาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว?”