ากว่านั้นอีกหน่อย แม้นจะช้าเพียงแค่อึดใจเดียว เขาก็คงได้ยินคำพูดทั้งหมดของไป๋เจ่าและเข้าใจความหมายของนาง เช่นนั้นก็จะไม่มีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น
ก็เหมือนกับที่ไป๋เจ่าว่ามา เขาคงจะยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักจงโจวที่ได้รับความรักและการชื่นชมอยู่
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ บนใบหน้าไป๋เจ่าได้เผยรอยยิ้มที่ขมขื่นขึ้นมา จนกระทั่งถึงตอนนี้ นางยังคงรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี
จิ๋งจิ่วไม่ทราบว่านางกำลังคิดอะไร เขาเพียงแต่รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดนางต้องเอาตราประทับหมื่นลี้ออกมา หรือนางไม่กลัวว่าตนเองจะขโมยไป?
“เจ้าใช้ตราประทับอันนี้หนีไปเถอะ”
ไป๋เจ่ากล่าว “อย่างไรเสียจินตันข้าก็แตกเสียหายแล้ว ไม่สามารถใช้มันได้”
เวลานี้จิ๋งจิ่วถึงได้เข้าใจความหมายของนาง
ท่าทีที่ผู้บำเพ็ญพรตมีต่อความเป็นความตายจะมีความรุนแรงมากกว่าคนธรรมดา
ยิ่งมีชีวิตอยู่นานก็ยิ่งกลัวตาย นี่คือคำพูดที่กล่าวต่อๆ กันมาและเป็นความจริง
ตราประทับหมื่นลี้หมายถึงโอกาสที่จะมีชีวิตรอด แต่นางกลับส่งให้เขาง่ายๆ แบบนี้
เขานิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ข้าไม่ตายหรอก เจ้ารักษาตัวเองก่อน”
ไป๋เจ่าคล้ายมิได้ยินคำพูดของเขา นางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “หลังเจ้าออกไปแล้ว บอกพ่อแม่ข้าว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น ให้พวกเขาสังหารลั่วไหวหนานซะ”
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่านี่มิใช่สิ่งที่เจ้าต้องบอก อย่างไรเสียตัวเองก็จะทำเรื่องนี้อยู่แล้ว
ไป๋เจ่าพลันกล่าวขึ้นมา “ทำไมพ่อแม่