ยืน จากนั้นเดินมาตรงหน้าไป๋เจ่า
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะฝึกบันทึกซ่อนเร้นได้แล้ว”
ไป๋เจ่าลืมตา สีหน้าดูเหนื่อยล้า คล้ายถอดใจแล้ว
ในพลังจักรวาลทั้งสิบเจ็ดของสำนักจงโจว บันทึกซ่อนเร้นเป็นวิชาขั้นจินตันที่สูงกว่าเคล็ดวิชาห้าธาตุรวมหนึ่ง การฝึกฝนมีความยากลำบากเป็นยิ่งนัก เรียกได้ว่ายากกว่าวิชาหลบหนีฟ้าดินเสียอีก
ลั่วไหวหนานกล่าวว่า “ศิษย์น้อง ข้าไม่อย่างล่วงเกินเจ้า เจ้ามอบมันออกมาเองดีกว่า”
ในฐานะที่เป็นศิษย์จงโจวเช่นเดียวกัน ต่อให้ไป๋เจ่าไม่ยอมมอบตราประทับหมื่นลี้ออกมา เขาก็ยังมีวิธีเอาของวิเศษออกมาจากตัวนาง และวิธีนั้นคงจะโหดร้ายอย่างมาก
ไป๋เจ่าหยิบเอาตราประทับหมื่นลี้ส่งให้เขา
นางคิดไม่ถึงว่าลั่วไหวหนานเองจะฝึกวิชาบันทึกซ่อนเร้นสำเร็จเช่นเดียวกัน แต่นางยังคงไม่ถอดใจ เพราะตอนที่คุยกันก่อนหน้านี้นางยังมิได้พูดความจริงออกไป
เป็นจริงดั่งคาด ลั่วไหวหนานมิได้จากไปในทันที เขาสะบัดแขนเสื้อกระแทกเศษหินจนกระเด็น ก่อนจะเดินออกไปยังปากถ้ำแล้วชะโงกหน้าออกไปดูนอกหน้าผา
เขาคิดว่าไป๋เจ่ากำลังโกหก แต่ถ้าเกิดที่นางพูดเป็นเรื่องจริงล่ะ?
ถ้าเกิดศิษย์ชิงซานที่ชื่อจิ๋งจิ่วนั่นอยู่ที่นี่จริงๆ ถ้าเกิดเขามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ แล้วตัวเองจะทำอย่างไร?
ไป๋เจ่ามองดูแผ่นหลังของลั่วไหวหนาน สายตาเย็นยะเยือกขึ้นมาเล็กน้อย นางเตรียมจะใช้ปราณก่อกำเนิดอันน้อยนิดที่ใช้วิชาบันทึกซ่อนเร้นสะสมขึ้นมาทำการโจมตีครั้งสุดท้าย
นา