ู้สึกจริงๆ มิใช่เสแสร้งแกล้งทำ
เพราะในใจนางคิดเช่นนี้จริงๆ
ลั่วไหวหนานงุนงงไปเล็กน้อย สีหน้าเย็นชาขึ้นมาพลางกล่าวว่า “งั้นหรือ? อย่างนั้นเขาอยู่ไหนล่ะ?”
ไป๋เจ่ากล่าว “พวกเราเจอหนอนหิมะตัวหนึ่ง เขาสู้ได้ไม่สะดวกถ้ามีข้าอยู่ด้วย ก็เลยมาส่งข้าในถ้ำก่อน แล้วค่อยออกไปฆ่าหนอนหิมะตัวนั้น คิดว่าอีกประเดี๋ยวคงมา”
หากนางไม่พูดคำพูดนี้ บางทีลั่วไหวหนานอาจจะเชื่อจริงๆ ก็เป็นได้ แต่ในเวลานี้เขามองออกว่านางโกหก จึงกล่าวว่า “อย่างนั้น ข้าต้องรีบหน่อยล่ะ”
ครั้นพูดจบ เขาก็หลับตาปรับลมหายใจ
ไป๋เจ่าเองก็หลับตา
เดิมนางไม่คิดจะใช้จิ๋งจิ่วมาขู่เขา เพียงแค่คิดจะปลูกความสงสัยเล็กน้อยลงไปบนใจแห่งเต๋าของเขาเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาไม่เพ่งความสนใจมาที่ตัวเองด้วย
ลั่วไหวหนานอยู่ในท้องของหนอนหิมะจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน ปราณก่อกำเนิดที่สะสมเอาไว้ก็เอามาใช้ในการลอบโจมตีนางแล้ว คิดว่าถ้าจะฟื้นฟูปราณก่อกำเนิดจนถึงระดับที่สามารถใช้ตราประทับหมื่นลี้ได้ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่รู้ว่านางฝึกวิชาบันทึกซ่อนเร้นสำเร็จแล้ว เช่นนี้แล้ว บางทีนางอาจจะมีโอกาสที่จะฟื้นฟูพลังได้เร็วกว่าก็เป็นได้
ความหนาวเย็นแทรกซึมผ่านกองหินที่ถล่มลงมาเข้ามาในถ้ำ
ระฆังมหาบรรพตทิศใต้และระฆังดาวเหนือนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป
ขนตากระดิกเล็กน้อย น้ำค้างแข็งร่วงตกลงมา
ลั่วไหวหนานลืมตาพร้อมลุกขึ้น