ของสำนักจงโจวพบว่าลั่วไหวหนานกับไป๋เจ่ามิได้ตามพวกเขากลับมา สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นดูแย่ทันที
แต่เขารู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้กำลังตึงเครียด จึงมิได้กล่าวกระไร สั่งการให้เรือเมฆบินฝ่าพายุลงไปทางใต้
สมณะตู้ไห่กล่าวกับผู้อาวุโสของสำนักจงโจวผู้นี้เบาๆ สองสามประโยค ก่อนจะเดินกลับมายังกราบเรือ ทอดตามองดูหมู่ขุนเขาและที่ราบหิมะที่อยู่เบื้องล่าง
ไม่มีเสียงใดๆ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น หมู่เขาเองก็หายไป เหลือเพียงหมอกอันเยือกเย็นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ทุกอย่างกลายเป็นสีขาว ดูสะอาดสะอ้าน
ถงหลูตื่นขึ้นมา สายตาทอดมองไปยังชั้นเมฆที่อยู่เบื้องล่าง
ชั้นเมฆถูกลมพายุอันรุนแรงพัดจนดูวุ่นวาย เปลี่ยนแปลงกลายเป็นรูปร่างต่างๆ แต่กลับไม่สามารถทำให้สายตาของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้
นิ้วมือที่ถูกความหนาวเหน็บกัดจนได้รับบาดเจ็บ ในเวลานี้น่าจะเจ็บปวดอย่างมาก แต่มันก็ไม่อาจทำให้สายตาของเขาเปลี่ยนแปลงได้
ในดวงตาเขาไร้ซึ่งความรู้สึก เหม่อลอยครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลานั้น
หนอนหิมะอันน่ากลัว การตายอย่างน่าเศร้าของผองเพื่อน ความสิ้นหวังของตัวเอง ร่างกายอันสูงใหญ่ของลั่วไหวหนานปรากฏขึ้นมา
สุดท้าย ร่างกายอันสูงใหญ่นั้นหายไปในปากหนอนที่ดูเหมือนถ้ำสีดำ
“เจ้าจะต้องรอดกลับมา”
สีหน้าของถงหลูขาวซีด กล่าวพึมพำกับตัวเอง “ไม่อย่างนั้นข้าเอาชนะเจ้าอย่างนี้ มันจะไปมีความหมายอะไร?”
สมณะตู้ไห่มองเขา ในใจเกิดความรู้สึกสงสัย