งวัดกั่วเฉิงก็ยังมิอาจรักษาใจแห่งฌานให้สงบได้?
“ดูเหมือนจะช่วยลั่วไหวหนานไม่ได้แล้ว ไปกันเถอะ”
เจ้าสำนักเฟิงเตากล่าวด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง
ผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยกล่าวว่า “ช้าก่อน ยังมีไป๋เจ่า”
สมณะตู้ไห่ถอนใจพลางกล่าว “ยังมีจิ๋งจิ่ว”
ก่อนที่เข้ามาในหมอก พวกเขาต่างได้รับการไหว้วานที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยเป็นคนของราชสำนัก ย่อมต้องมีความสนิทสนมกับสำนักจงโจว
สมณะตู้ไห่ได้รับการสั่งกำชับจากฉานจึว่าให้ดูแลจิ๋งจิ่ว
เจ้าสำนักเฟิงเตามองผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยพลางกล่าว “สำนักจงโจวบอกว่าไป๋เจ่าพกของวิเศษที่ใช้ระบุตำแหน่งเอาไว้?”
ผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยกล่าว “หาไม่เจอ น่าจะอยู่ไกลเกินไป”
เจ้าสำนักเฟิงเตารู้สึกว่ายุ่งยากวุ่นวาย จึงกล่าวว่า “เห็นๆ อยู่ว่าศิษย์ชิงซานที่ชื่อจิ๋งจิ่วนั่นเป็นคนเห็นปัญหาเป็นคนแรก แล้วเหตุใดพวกเขายังเข้าไปอีก?”
ไม่มีผู้ใดรู้คำตอบนี้
หมอกอันหนาวเย็นค่อยๆ รวมตัวกันใหม่ ในส่วนลึกของหมอกมีพลังสายหนึ่งปรากฏขึ้นลางๆ
เจ้าสำนักเฟิงเตาสีหน้าคร่ำเคร่ง กล่าวว่า “ไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ได้แล้ว”
สมณะตู้ไห่มองไปทางหมอกอันเยือกเย็น ก่อนจะถอนใจออกมา ลูกประคำที่อยู่ในมือเปล่งแสงส่องสว่างพื้นเบื้องหน้า
เจ้าสำนักเฟิงเตาและผู้บัญชาการกองทัพเจิ้นเป่ยแบกถงหลูและศิษย์อีกคนหนึ่งที่สลบขึ้นมา ก่อนจะเรียกอาวุธวิเศษขึ้นมา จากนั้นบินกลับมายังเรือเมฆของสำนักจงโจว
ผู้อาวุโส