่านี้ขาดการป้องกันทางอ้อม ไม่เช่นนั้นพวกเขาน่าจะอดทนได้นานกว่านี้
ไป๋เจ่ารู้ดีว่านี่ย่อมไม่อาจโทษจิ๋งจิ่วได้ เพียงแต่เมื่อคิดถึงเหตุและผลที่อยู่ในนี้ จึงอดรู้สึกทอดถอนใจไม่ได้
กระบี่เหล็กมุ่งหน้าต่อไป หมอกยิ่งหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ
ที่น่ากลัวที่สุดก็คือหมอกนี้มีความหนาวเย็นยิ่งกว่าหมอกที่พวกเขาเจอในคืนนั้นเสียอีก นี่ยิ่งเป็นอุปสรรคต่อจิตจำแนก ไป๋เจ่าเป็นกังวลอย่างมาก ในสถานการณ์เช่นนี้แม้กระทั่งนางก็ไม่สามารถใช้อาวุธวิเศษได้ หากคิดอยากจะเหยียบเครื่องเคลือบสีเขียวขึ้นบินอีกครั้งเกรงว่าคงยากที่จะทำได้ แล้วผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นๆ จะถอยไปได้อย่างไร? หากต้องเจอกับสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยเหล่านั้นจะทำอย่างไร?
“เจ้าวิเคราะห์ไม่ผิด หนอนเหล่านั้นมันรีบกลับไปยังแคว้นเสวี่ย ขอเพียงไม่ไปโจมตีใส่พวกมันก่อน พวกมันก็ไม่มีทางโจมตีใส่”
จิ๋งจิ่วรู้ว่านางกำลังคิดอะไร
ไป๋เจ่าถามว่า “หากไปชนเข้าล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “อย่างนั้นก็ถือว่าโชคไม่ดี”
ไป๋เจ่ากล่าว “ต่อให้ไม่เจอสัตว์ประหลาด ก็ไม่มีทางที่จะทนอยู่ในหมอกได้นาน พวกเขามิได้มีปราณก่อกำเนิดและจิตจำแนกที่แข็งแกร่งเหมือนอย่างเจ้า”
จิ๋งจิ่วกล่าว “โลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีคนโง่อยู่มากมาย แล้วก็มีคนฉลาดอยู่บ้าง ต่อให้ไม่เชื่อข้า แต่ก็น่าจะทำการเตรียมตัวเอาไว้เหมือนกัน”
ในเวลานี้เอง ทั้งสองคนรับรู้ได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่ง จึงเหลียวหน้ากลับไปมองทางตะวันตกเฉียงใต้
ถึงแ