่องเพราะลมอันรุนแรง จึงทำให้ไม่สามารถแสดงความเร็วของกระบี่ออกมาได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นเพราะหมอกอันหนาวเย็น จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยลอบโจมตี
หมอกค่อยๆ หนาทึบ อากาศยิ่งหนาวเย็น
ไป๋เจ่าหลับตา โคจรปราณก่อกำเนิดคุ้มครองร่างกาย มิกล่าวกระไรอีก
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ในที่ใดที่หนึ่งภายในหมอกอันหนาวเย็นพลันมีเสียงกระบี่แหวกอากาศขึ้น จากนั้นเป็นเสียงฟันถูกวัตถุแข็งๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนหลายเสียง
สุดท้าย เสียงทั้งหมดล้วนหายไป
ภายในหมอกอันหนาวเย็น ทุกอย่างเงียบสงัด
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ คล้ายมิได้ยินเสียงเหล่านี้
ไป๋เจ่ามองเขา
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าเคยบอกแล้วว่าด้านหน้าอันตรายอย่างมาก”
หากคำนวณจากระยะทางและเวลา เสียงเมื่อครู่นี้น่าจะมาจากผู้เข้าร่วมการประลองที่ขอให้ทำการประลองวิถีพรตต่อเมื่อหลายวันก่อนเหล่านั้น
ไป๋เจ่าส่งเสียงอื้อ มิได้กล่าวกระไรอีก
จิ๋งจิ่วมองนาง
กระบี่เหล็กขยับเบาๆ ทิศทางเปลี่ยนเล็กน้อย ไม่นานก็มาถึงตำแหน่งที่เสียงเมื่อครู่นี้ดังขึ้น
หมอกอันหนาวเย็นถูกลมจากกระบี่พัดกระจายไปบางส่วน ทำให้พอจะมองเห็นภาพที่อยู่เบื้องล่างได้ลางๆ
บนพื้นหิมะมีศพนอนอยู่สามสี่ศพ
ไป๋เจ่าจำได้ว่านั่นคือผู้บำเพ็ญพรตที่ออกมาจากหุบเขาเมื่อวันก่อน ในนั้นมีศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่สองคนที่ตอนนั้นส่งเสียงโวยวายมากที่สุด
จิ๋งจิ่วไล่ศิษย์สำนักเสวียนหลิงกลับไปจนหมด เท่ากับทำให้กลุ่มเหล