สำนักผู้หนึ่งกล่าวถามอย่างเป็นกังวล “สำนักชิงซานได้บอกหรือไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เหอกั๋วกงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “ข้าได้บอกไปแล้ว พวกเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า เพียงแต่รู้สึกไม่ดี”
เมื่อได้ยินคำว่ารู้สึกไม่ดีสี่พยางค์นี้ เหล่าเจ้าสำนักและผู้อาวุโสที่อยู่ในเรือนต่างรู้สึกปวดหัว
เรื่องราวทั้งหมดในการประลองวิถีพรตครั้งนี้ล้วนแต่มาจากคำสี่พยางค์ที่แปลกประหลาดนี้
“ความรู้สึกของจิ๋งจิ่วหรือว่าความรู้สึกของท่านเจ้าสำนักล่ะ นั่นมันไม่เหมือนกันนะ”
เจ้าสำนักผู้นั้นรู้สึกเรื่องนี้มันช่างน่าขัน บนใบหน้ามีรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นมา
ผู้อาวุโสของสำนักจงโจวถามว่า “เรือกระบี่รับคนไปกี่คน?”
เหอกั๋วกงกล่าวว่า “สามสิบ”
เจ้าสำนักและผู้อาวุโสต่างรู้สึกตกใจ
พวกเขาไม่รู้ว่านอกจากศิษย์ชิงซานสิบคนนั้นแล้ว จิ๋งจิ่วยังบังคับศิษย์ของต้าเจ๋อและสำนักเสวียนหลิงไปด้วย แล้วยังมีผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นๆ ที่สมัครใจตามเขาไปอีก
การมาถึงของเรือกระบี่ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่ในตอนแรกมิได้มีความคิดที่จะกลับออกมาเปลี่ยนความคิด
สำนักชิงซานช่างมีอิทธิพลในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตจริงๆ
ปัญหาในตอนนี้ก็คือศิษย์หนุ่มสาวที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตมีทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบคน ไม่ทันไรก็หายไปหนึ่งในห้า แล้วหลังจากนี้จะทำการประลองอย่างไร?
การพูดคุยที่เกิดขึ้นจากปรากฏตัวของเรือกระบี่ชิงซานจะต้องทำให้ท่าทีของหลายๆ คนเปลี่ยนไ