ไอออกมาเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางด้านล่างของหุบเขาพลางกล่าวอย่างแค้นใจว่า “ถูกต้อง จะได้ดูเรื่องสนุกๆ ด้วย”
ผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจ ในใจครุ่นคิดว่ามีเรื่องสนุกอะไรให้ดู?
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ผู้นั้นไอออกมาอีกเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเยาะเย้ยว่า “ขี่กระบี่ก็ถูกลมพายุพัดจนตาย สำนักชิงซานย่อมไม่มีทางมารับแน่ ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะออกไปอย่างไร เดินออกไปเหมือนหมาเร่ร่อนอย่างนั้นหรือ?”
……
……
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป ท้องฟ้ายามเย็นยิ่งเข้มขึ้น
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวที่อยู่ด้านล่างหุบเขารับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาจากบนภูเขา
ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ชื่อเหลยอี้จิงผู้นั้นทนไม่ไหวอีก เขาเดินไปหาจิ๋งจิ่วพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นการขอร้อง “หยุดประลองวิถีพรตกลางคัน กลับไปจะต้องถูกสำนักลงโทษอย่างแน่นอน ต่อให้ท่านเป็นอาจารย์อา ก็คงไม่อาจมองข้ามกฎสำนักได้ใช่หรือเปล่าขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าจำไม่ได้ว่ากฎสำนักมีข้อนี้ด้วย”
เหลยอี้จิงกล่าวอย่างดื้อรั้น “ในเมื่อจะกลับ อย่างนั้นก็กลับกันสิขอรับ”
ด้วยความเร็วของพวกเจ้า ยากที่จะออกไปจากที่ราบหิมะแห่งนี้ก่อนที่จะเกิดเรื่องได้
ภายในใจจิ๋งจิ่วครุ่นคิด แต่เขากลับเกียจคร้านที่จะอธิบาย จึงกล่าวไปว่า “รอก่อน”
เหลยอี้จิงโบกมืออย่างอ่อนแรง ไม่คิดจะกล่าวกระไรอีก
ศิษย์คนอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่อยากจะกล่าวอะไรอีก
ทุกคนต่างกำลังรอคอย
เวลานี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าก