กระทั่งมีคนอย่างเหลียนซานเยวี่ยปรากฏขึ้นมา พวกนางถึงได้มีนิสัยแข็งกร้าวเช่นนี้
เขามิได้กล่าวกระไร หากแต่หันไปกล่าวกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในหุบเขา “คนอื่นใครอยากอยู่ก็อยู่ ใครอยากไปก็ไป”
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่และศิษย์สำนักคุนหลุนจากไปก่อน เหล่าผู้บำเพ็ญพรตหลายคนเองก็เดินตามออกไป
บางคนคิดอย่างหงุดหงิดว่าตนเองต้องมาเสียเวลานานขนาดนี้เพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้ เสียโอกาสสังหารสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยไปไม่รู้เท่าไร คะแนนในการประลองวิถีพรตต้องลดลงอย่างมากแน่นอน จึงอดสบถด่าขึ้นมาไม่ได้ บางคนหันไปทางจิ๋งจิ่วพลางถ่มน้ำลายออกมา
ศิษย์สำนักจงโจวขออนุญาตไปเจ่า ก่อนจะเดินตามกลุ่มของแต่ละคนออกไป
ภายในหุบเขาเหลือเพียงศิษย์ชิงซาน ผู้บำเพ็ญพรตหกคนที่ตามจิ๋งจิ่วและไป๋เจ่ามาในตอนแรก และศิษย์ของสำนักเสวียนหลิงและต้าเจ๋ออีกห้าคน
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไรอีก จากนั้นเริ่มพักผ่อนทำสมาธิ
……
……
ความจริงแล้ว ในทางขึ้นภูเขาที่อยู่รอบๆ หุบเขายังมีศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่จากไป
อย่างเช่นศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่สองคนที่จากไปในตอนแรกและกลุ่มของศิษย์สำนักคุนหลุนผู้นั้น
มีคนถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดถึงยังไม่ไปอีก”
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่คนหนึ่งกล่าวเสียงเบาขึ้นมา “อย่างไรซะก็เสียเวลาไปขนาดนี้แล้ว อีกประเดี๋ยวก็จะมืดแล้ว สู้พักอยู่ที่นี่ดีกว่า”
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ที่ถูกระฆังจรัสแสงโจมตีใส่ผู้นั้น