ซานยิ่งดูแย่ อารมณ์ภายในใจยิ่งซับซ้อนอย่างมาก
หากพวกเขายังอยู่ที่นี่จริงๆ แล้วอีกประเดี๋ยวจากไป คนอื่นจะมองอย่างไร?
ศิษย์ชิงซานกลายเป็นคนขี้ขลาดหลบหนีการต่อสู้ตั้งแต่เมื่อไร?
ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ชื่อเหลยอี้จิงค่อนข้างหงุดหงิด เขามองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “อาจารย์อา…จิ๋ง ท่านคิดว่าอันตรายที่อยู่ด้านหน้ามันร้ายแรงอย่างมากหรือขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถูกต้อง นั่นไม่ใช่อันตรายที่ศิษย์หนุ่มอย่างพวกเจ้าจะแบกรับได้”
ความรู้สึกที่ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างมีต่อจิ๋งจิ่วนั้นแย่อย่างมาก
ครั้งนี้จิ๋งจิ่วได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรตทำให้ความคิดของเหลยอี้จิงเปลี่ยนไป ครั้นได้ยินคำพูดนี้จึงเกิดความรู้สึกสับสนในใจขึ้นมาอย่างรุนแรง
“ผู้บำเพ็ญพรตถ้าไม่แก่ตาย ก็ต้องตายในดินแดนทางเหนือ นี่เป็นเส้นทางสองเส้นที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในช่วงเวลาหลายหมื่นปีที่่ผ่านมา”
เหลยอี้จิงกล่าวเสียงเบา “ศิษย์เข้าสู่ยอดเขาเหลี่ยงว่างก็เพราะเลือกอย่างหลัง อันตรายมีอันใดให้หวาดกลัว? ขออาจารย์อาโปรดเข้าใจด้วย!”
“ถูกต้อง เดิมนี่ก็เป็นการทดสอบและฝึกฝนอยู่แล้ว”
ไป๋เจ่ามองจิ๋งจิ่ว พลางกล่าวว่า “การทดสอบความเป็นความตายคือเจตนารมณ์ของการประลองวิถีพรตแต่เดิม มีเพียงวิธีนี้ จึงจะสามารถทำให้ใจแห่งเต๋าสงบลงได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “สำหรับข้าแล้ว การประลองวิถีพรตมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ภายในหุบเขาที่เดิมค่อนข้างวุ่นวายพลั