ยากจะสะกดเอาไว้ได้จริงๆ จากนั้นดื่มสุราลงไปอีกหนึ่งจอก เพียงแต่เขาคิดอย่างเสียใจเล็กน้อย เหตุใดครั้งนี้ถึงไม่ให้ตัวเองไปเดิมพันไว้ก่อนนะ?
……
……
ภายในเรือนกั๋วกงที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลจิ๋ง ลู่กั๋วกงกำลังสนทนากับบุตรชายที่เป็นผู้สืบทอดของตนอยู่
“ไข่มุก ยังไงก็เป็นไข่มุก ไม่ว่าจะเป็นทรายหรือหิมะก็ล้วนแต่มิอาจกลบแสงของมันได้”
ในดวงตาของบุตรชายเต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชม เขากล่าวว่า “ผู้สืบทอดยังยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ แล้วคนที่ถือแผ่นป้ายไม้ในตอนนั้นจะยอดเยี่ยมเพียงไหนกัน? สายตาท่านปู่ช่างแหลมคมจริงๆ”
ลู่กั๋วกงกล่าว “เจ้าโง่ สายตาท่านปู่แหลมคมอะไรกัน ปู่ของเจ้าเป็นคนที่ถูกเลือกต่างหากเล่า เรื่องที่พวกเราทำก็คือการพิสูจน์ว่าท่านผู้นั้นมองเราไม่ผิด”
บุตรชายครุ่นคิดว่าเป็นจริงดั่งว่า จึงกล่าวว่า “ท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าอยากจะไปเรือนซีซานเพื่อดูรูปดอกเหมยนั้นเสียหน่อย”
หลังจบงาน แต่ละสำนักจะเป็นคนดูแลรูปดอกเหมยเหล่านั้น ตอนนี้การประลองวิถีพรตยังไม่จบ รูปดอกเหมยของจิ๋งจิ่วยังอยู่ที่เรือนซีซาน ถ้าอยากจะดูก็ต้องฉวยโอกาสไปดูตอนนี้
ลู๋กั่วกงกล่าว “รูปนั้นถูกส่งเข้าไปในวังเมื่อตอนเย็นแล้ว ฝ่าบาททรงต้องการทอดพระเนตร”
……
……
ก่อนหน้าที่รูปดอกเหมยของจิ๋งจิ่วจะถูกส่งเข้าไปในวัง มันย่อมต้องถูกส่งเข้าไปยังวัดจิ้งเจวี๋ยก่อน เพื่อให้ฉานจึวิจารณ์
ที่น่าแปลกใจก็คือ กระทั่งรุ่งเช้าวันที่สองก็ยังไม่มีข่าวใดๆ ส่งอ