าใกล้อันตรายที่แท้จริงเข้าไปทุกเมื่อ
ในเทือกเขาที่อยู่ด้านหน้าสุดมีจุดแสงที่อ่อนแรงอยู่แปดเก้าจุด จำนวนคนไม่มาก แบ่งออกเป็นสองทาง น่าจะเป็นกลุ่มของลั่วไหวหนานและถงหลู
ในหุบเขาที่อยู่ห่างออกไปแห่งหนึ่งทางด้านหลังมีจุดแสงจำนวนมากรวมอยู่ด้วยกัน จำนวนคนค่อนข้างเยอะ ทำให้หุบเขาตรงนั้นดูค่อนข้างสว่าง
“ตอนแรกสุดพวกเขาหยุดอยู่สองวัน ก่อนจะออกเดินทางอีกครั้งแล้วไปเจอกลุ่มอื่นระหว่างทาง จากนั้นก็เดินๆ หยุดๆ แบบนี้ จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแยกจากกัน”
เหอกั๋วกงกล่าวว่า “พวกเขาน่าจะทราบถึงกฎของการประลองวิถีพรตดี จริงอยู่ที่ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่ดูแล้วก็ไม่เหมือนว่าพวกเขาเตรียมจะโกงการประลองเช่นกัน”
เขามองไปทางถาดทรายขณะที่พูด แต่เหล่าเจ้าสำนักและผู้อาวุโสที่อยู่ตรงนั้นต่างทราบดีว่าเขากำลังพูดกับใคร
หนานว่างสีหน้าเรียบเฉย คล้ายมิได้ยินอะไร
ถูกต้อง จากข่าวที่ทางด้านหน้าส่งมา นี่ล้วนแต่เป็นความคิดของจิ๋งจิ่ว
ในคืนนั้นหลังจากที่สังหารอสูรขาหิมะไปหลายสิบตัว เขาก็พาศิษย์หนุ่มสาวเหล่านี้เดินๆ หยุดๆ อยู่ในภูเขาบนที่ราบหิมะ จนกระทั่งถึงตอนนี้เขารวบรวมคนได้สามสิบกว่าคนแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเขาจงใจทำแบบนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?
“คิดว่าตัวเองได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรต ก็เลยหยิ่งผยอง คิดจะเป็นผู้นำผู้บำเพ็ญพรตรุ่นใหม่?”
เจ้าสำนักคุนหลุนแค่นหัวเราะกล่าวว่า “ในสายตาเขายังมีอาจา