รย์อย่างพวกเราอยู่หรือเปล่า ยังมีกฎเกณฑ์อยู่หรือเปล่า?”
“ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรตย่อมต้องคู่ควรจะหยิ่งผยอง นอกจากนี้เขายังเป็นศิษย์สืบทอดของอาจารย์อาจิ่งหยางด้วย ตอนนี้ในโลกบำเพ็ญพรตมีกี่คนที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาจารย์ของเขา”
หนานว่างกล่าวสีหน้าเย็นชา
นางไม่ชอบจิ๋งจิ่ว เพราะเขาหน้าตาดีเกินไป เจิดจ้าเกินไป ไหนเลยจะเหมือนจิ่งหยางในอดีตที่อบอุ่นอ่อนโยนดังหยก สง่างามดั่งต้นสน
แต่ในเวลาแบบนี้ นางย่อมต้องพูดแทนเขา
ผู้อาวุโสของสำนักจงโจวผู้นั้นถอนใจออกมา กล่าวว่า “เราอย่าเพิ่งใจร้อนด่วนสรุปดีหรือเปล่า? บางทีพวกเขาอาจจะเจออะไรบางอย่างก็เป็นได้”
เขาจำเป็นต้องพูดเช่นนี้ มิใช่เพราะจิ๋งจิ่ว หากแต่เป็นเพราะไป๋เจ่าก็อยู่ตรงนั้นด้วย
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ จากข่าวที่ส่งกลับมาจากทางด้านหน้า การที่จิ๋งจิ่วสามารถโน้มน้าวลูกศิษย์เหล่านี้ได้ ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากไป๋เจ่า
……
……
จิ๋งจิ่วไม่เคยคิดที่จะคว้าที่หนึ่งในการประลองวิถีพรต
สภาวะของเขาห่างชั้นจากลั่วไหวหนาน ก่อนที่จะไล่สังหารอสูรขาหิมะในคืนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเหมาะสมกับที่ราบหิมะผืนนี้ขนาดนี้ เขาจึงมิได้ไปบอกให้จิ๋งซางลงเดิมพัน
เขามาเข้าร่วมการประลองวิถีพรตครั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลอื่น สิ่งที่เขาทำอยู่ในตอนนี้คือหนึ่งในเหตุผลนั้น
เขาจะทำอะไรกันแน่?
ในหุบเขาอันหนาวเหน็บ ท่ามกลางสายลมอันรุนแรงดุจกระบี่บิน ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวสามสิบกว่าคนมอ