ภายในระเบียงทางเดินเงียบสงัด
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนขยับตามปลายพู่กันของเหอจาน
สีหน้าทุกคนตกตะลึง ทั้งยังแลดูสับสน
ผ่านไปไม่นาน เหอจานหยุดพู่กัน กวาดตาขึ้นลงมองดู ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เขาส่งพู่กันคืนให้จิตรกร จากนั้นปลดไหสุราจากเอวมาดื่มไปอึกหนึ่ง พลางถอนหายใจออกมาอย่างสบาย
เจ้าสำนักคุนหลุนแค่นหัวเราะ มิได้กล่าวกระไร เดินจากไปทั้งแบบนี้
“วาดได้ไม่เลว ไม่ขายหน้า”
หนานว่างกล่าวคำพูดนี้เอาไว้ ก่อนจะสืบเท้าก้าวออกไปจากระเบียงทางเดิน
คำพูดนี้คล้ายจะชมเชยเหอจาน แต่ทุกคนต่างรู้ว่านางพูดถึงจิ๋งจิ่วให้ทุกคนในที่นี้ได้ยิน
แต่ภาพนี้ของเหอจานนั้นวาดได้ดีจริงๆ
กิ่งเหมยกิ่งนั้นเคี้ยวคดยืดออกไปบนท้องฟ้าที่มืดสลัว ดอกเหมยสีแดงผลิบานออกมาจากปลายกิ่งเหมยราวกับเปลวไฟที่แตกกระจาย เห็นๆ อยู่ว่าอยู่ตรงหน้า แต่ก็คล้ายว่าอยู่ไกลออกไปบนขอบฟ้า
เดิมภาพนี้มีพื้นที่โล่งอยู่มากมาย แต่ดอกเหมยที่ต้องวาดเติมลงไปในวันนี้กลับมีจำนวนมากกว่า หากใช้วิธีวาดตามปกติ ต่อให้เป็นดอกเหมยที่มีขนาดเล็กที่สุดก็ไม่สามารถวาดลงไปบนภาพนี้ทั้งหมดได้ วิธีวาดที่เขาใช้นั้นยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าชาญฉลาด สามารถแก้ไขปัญหาที่ยากลำบากนี้ได้ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือแนวคิดทางศิลปะล้ำลึก ควรค่าแก่การหวนรำลึกถึง
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่ยืนชมอยู่ด้านนอกระเบียงทางเดินได้สติขึ้นมา พวกเขาพากันเขยิบขึ้นมาข้างหน้า ชมรายละเอียดบนภาพพลางถกเถียงกันไม่หยุด ยากท