อให้ผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นวาดภาพของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยเท่านั้น
ปัญหาอยู่ที่ว่าจิ๋งจิ่วทำได้อย่างไร?
ข่าวลือบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยยะทางวิถีกระบี่ของสำนักชิงซาน มากกว่านั้นมีคนบอกว่าเขาอาจจะเป็นผู้สืบทอดที่วัดกั่วเฉิงส่งมายังโลกปุถุชน ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาอายุยังน้อยเกินไป ก่อนงานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็มิได้ทำเรื่องอะไรที่น่าตกตะลึงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือว่าความสำคัญก็ล้วนมิอาจเทียบเจ้าล่าเยวี่ยและจัวหรูซุ่ยได้ แล้วก็ไม่อาจเทียบคนอื่นๆ อย่างลั่วไหวหนาน ถงเหยียนและไป๋เจ่าได้
แต่ใครจะไปคิดบ้างว่าในเวลาเพียงคืนเดียว เขาจะสร้างความตกตะลึงให้กับโลกแห่งการบำเพ็ญพรตได้มากขนาดนี้
“แต่ข้ากลับไม่คิดว่าเขาจะได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรต”
ผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่นอกระบบของสำนักจงโจวผู้หนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “มาตรฐานในการตัดสินการประลองวิถีพรตคือวาดภาพดอกเหมยให้เสร็จ คำว่าเสร็จในที่นี้หมายถึงสมบูรณ์ มิใช่เยอะ”
คำพูดนี้ฟังดูคล้ายอิจฉา แต่ความจริงแล้วค่อนข้างมีเหตุผล
หลายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างยังจำได้ เมื่อหลายปีก่อนเทพดาบเคยเข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในฐานะศิษย์ธรรมดาของสำนักเฟิงเตาคนหนึ่ง เขาเอาชนะยอดฝีมือจากสำนักจงโจว สำนักชิงซาน สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย คว้าอันดับหนึ่งการประลองวิถีพรต สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียน
ในภาพที่เขาวาดตอนนั้นมีดอกเหมยเพียงแค่ดอกเดียว
ดอกเหมยดอกเดียวจะถือว่าสมบูรณ์