วอย่างจริงจัง “เจ้าไม่มีหลักฐานที่บอกว่าซือเฟิงเฉินเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ควรไปทำอะไรเขา”
จิ๋งจิ่วกล่าว “พวกเจ้าเองก็ไม่มีหลักฐาน”
คำพูดนี้ย่อมต้องหมายถึงเรื่องที่หลายคนในสำนักจงโจวสงสัยว่าซือเฟิงเฉินถูกเขาบีบบังคับให้ต้องฆ่าตัวตาย
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “เจ้าน่าจะรู้ดี อาศัยเพียงซือเฟินเฉินนั้นไม่สามารถเรียกปู้เหล่าหลินมาได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถูกต้อง ข้ารู้ว่าเขาติดต่อกับคนในตำหนักจิ๋งซิน”
สีหน้าของไป๋เจ่ายิ่งจริงจังขึ้นกว่าเดิม กล่าวว่า “อย่าบอกนะว่าแม้ไม่มีหลักฐาน เจ้ายังเตรียมจะทำอะไรรัชทายาทด้วย?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ความจริงแล้ว เป็นเพราะข้าไปทำอะไรเขาก่อน ถึงได้เกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นทีหลัง”
ดังนั้นไม่ว่าจะมองจากมุมของรัชทายาท หรือว่ามองจากมุมนั้น การที่เจ้าล่าเยวี่ยถูกลอบสังหารก็ล้วนแต่เป็นเพราะเขา
ไป๋เจ่าครุ่นคิด เอาไว้ต้องมานั่งครุ่นคิดเนื้อหาในคำพูดประโยคนี้อย่างละเอียดภายหลัง นางมิได้คุยปัญหานี้อีก หากแต่ชี้ไปยังรูที่อยู่บนพื้นหิมะแล้วกล่าวว่า “เมื่อคืนนี้ อสูรขาหิมะเหล่านั้นมิได้ออกมาจากในหุบเขา หากแต่มุดออกมาจากใต้ดิน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าอยากจะพูดอะไร?”
ไป๋เจ่ากล่าว “แมลงเส้นเหล็กที่เจ้าเจอตัวนั้น แล้วยังมีอสูรขาหิมะเมื่อคืนนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของใต้ดินจากการบุกของคลื่นอสูรในอดีต”
จิ๋งจิ่วกล่าว “จำศีลได้นานขนาดนี้เลยหรือ?”
ไป๋เจ่า