ม้แต่ตัวเดียว กระทั่งหิมะก็หยุดตกแล้ว
ฟ้าดินเงียบสงบ พูดอีกอย่างคือวังเวง
เทือกเขาสีดำที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดูเคร่งขรึมและเงียบสงบ ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว
ตรงกลางเทือกเขาสีดำมีหุบเขาอยู่แห่งหนึ่ง สามารถทะลุไปยังสถานที่ที่ไกลออกไปได้ หรือก็คือแคว้นเสวี่ยที่แท้จริง
ไป๋เจ่ามองไปทางนั้น ในใจเกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง จากนั้นกล่าวว่า “จุดไฟ”
ท้องฟ้ายามเย็นมาถึงเร็วกว่าเมื่อวาน
……
……
ค่ำคืนมาถึง หากว่ากันตามปกติอย่างเมื่อหลายวันก่อน เวลานี้จิ๋งจิ่วควรจะบอกให้หยุดได้แล้ว แต่วันนี้เขาหาได้ทำเช่นนั้นไม่ดังนั้นอินชิงมั่วและอีกสองคนที่เหลือจึงเดินหน้าต่อไป
จิ๋งจิ่วเดินอยู่ด้านหลังสุด
การประสานงานกันระหว่างผู้บำเพ็ญพรตทั้งสามคนนั้นมีความรู้ใจ ยิ่งไปกว่านั้นหลายวันมานี้ก็มิได้เจอตัวอันตรายอย่างแมลงเส้นเหล็กเลย
เขากางมือออก ด้วงตัวนั้นกระโดดขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา
เปลือกนอกของด้วงเป็นสีขาวบริสุทธิ์ เพียงแค่ไม่กี่วันก็แข็งขึ้นกว่าเดิมมาก มิได้บอบบางอ่อนแอเหมือนอย่างตอนที่เพิ่งเกิดมาอีก
จิ๋งจิ่วสังเกตเห็นว่ายิ่งมันอยู่ในลมหนาวยิ่งนาน หรือว่าอุณหภูมิในโลกภายนอกยิ่งต่ำ เปลือกของมันก็จะยิ่งแข็งเร็วขึ้น
ส่วนเรื่องที่ว่าด้วงน้อยนี้กินอะไรเป็นอาหาร เขาก็ยังมิทราบเหมือนกัน เพราะเขาไม่เคยสนใจเรื่องนี้มาก่อน อย่างไรซะตอนนี้มันก็ยังมีชีวิตอยู่
เขาพลันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเก็บฝ่ามือกลับมาพลา