งกล่าวว่า “มีคนถูกล้อมโจมตี”
อีกสามคนที่อยู่ข้างหน้าหยุดฝีเท้า หันมามองเขาอย่างตกใจ
ในเวลานี้บนที่ราบหิมะไม่มีทางที่จะมีผู้บำเพ็ญพรตของพรรคมาร จะมีก็แต่ผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตด้วยกัน
อู่หมิงจงกล่าวถาม “ตรงไหน? ไกลเท่าไร?”
“ตะวันออกเฉียงเหนือ สิบเอ็ดลี้”
จิ๋งจิ่วไม่จำเป็นต้องมองก็พูดออกมา
ที่นั่นเดิมทีเป็นที่ที่เขาจะไป สาเหตุที่เขามิได้บอกให้หยุดถึงแม้จะเป็นเวลากลางคืนก็เป็นเพราะเหตุผลนี้
อินชิงมั่วสีหน้าขาวซีดเล็กน้อย กล่าวว่า “ทำอย่างไรดี?”
เดินทางบนที่ราบหิมะมาหลายวัน ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวทั้งสามคนมิได้ตื่นเต้นเหมือนอย่างในตอนแรกอีก แต่เนื่องเพราะในช่วงเวลาหลายวันมานี้พวกเขามิได้เจอกับการต่อสู้เลย ความทรงจำเพียงหนึ่งเดียวก็คือภาพในวันที่ไต้อิ๋นตายอย่างน่าอนาถ แล้วจู่ๆ มารู้ว่าด้านหน้ามีผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตกำลังถูกสัตว์ประหลาดล้อมโจมตีอยู่ ในจิตใต้สำนึกของพวกเขาจึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
จิ๋งจิ่วปลดกระบี่เหล็กที่อยู่ด้านหลังลงมา พลางกล่าวว่า “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปดูหน่อย”
หากเป็นเวลาปกติ การขี่กระบี่เป็นระยะทางสิบกว่าลี้นั้นใช้เวลาเพียงครู่เดียว แต่ที่นี่คือพื้นที่ด้านในของที่ราบหิมะ ถึงแม้หลายวันนี้จะไม่มีเมฆ แต่ลมบนท้องฟ้ากลับยิ่งทวีความรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นยังเข้าใกล้พื้นดินขึ้นเรื่อยๆ การจะขี่กระบี่บินอย่างมากก็ห่างจากพื้นได้แค่ไม่ก