่นในฤดูใบไม้ผลิ
แต่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักคุนหลุนหรือว่าเหอกั๋วกง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกบำเพ็ญพรตเหล่านี้ต่างก็เดินตามหลังเขาอย่างเงียบๆ มิกล้ากล่าวอะไรส่งเดช
สมณะน้อยเดินไปถึงหน้าภาพๆ หนึ่ง ฝีเท้าหยุดลง เมื่อเห็นกิ่งสี่ห้ากิ่งและความว่างเปล่าบนภาพ บนใบหน้าของเขาพลันมีรอยยิ้มที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มปรากฏขึ้นมา
หนานว่างหมุนตัวไปอีกด้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย
คนสำคัญที่เหลือมิกล้าพูดอะไรต่อหน้านาง แต่สีหน้ากลับคล้ายยิ้มคล้ายมิได้ยิ้ม ความหมายชัดเจนเป็นยิ่งนัก
ในงานประลองวิถีพรตของงานชุมนุมเหมยฮุ่ย แต่ไหนแต่ไรมาสำนักชิงซานล้วนแต่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ครั้งนี้ กำลังหลักของชิงซาน — หรือก็คือเหล่าศิษย์อัจฉริยะของยอดเขาเหลี่ยงว่างเหล่านั้นต่างมิสามารถลงชื่อเข้าร่วมงานได้เนื่องเพราะจิ๋งจิ่ว เจ้าล่าเยวี่ยที่บอกเอาไว้แล้วว่าจะเข้าร่วมประลองวิถีพรตก็ถูกบีบให้ถอนตัวเพราะเรื่องเรื่องนั้น
จิ๋งจิ่วในเมื่อลงประลอง เขาก็ย่อมต้องเป็นตัวแทนของชิงซานอย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแต่สิ่งที่เขากระทำอยู่ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ชิงซานขายหน้า แต่ยังทำให้คนอื่นๆ ไม่สามารถวิจารณ์ได้ด้วย
เพราะเรื่องบางเรื่องในอดีต ทำให้เจ้าสำนักคุนหลุนไม่ชอบจิ๋งจิ่วอย่างมาก เมื่อมองภาพที่ว่างเปล่าผืนนั้นก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข พลางยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย
หนานว่างเหลือบมองเขา มิได้กล่าวกระไร
เหอกั๋วกงรีบไกล่เกลี่ย กล่าวว่า “ไม่รู้ว่าไปเจอเรื่