ได้
หากว่ากันแต่จำนวนดอกเหมยแล้ว ถงหลูนั้นมิได้ด้อยไปกว่าลั่วไหวหนานเลย เพียงแต่เป็นเพราะยังเข้าไปในที่ราบหิมะได้ไม่ลึกพอ จึงยังไม่ได้เจอสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยระดับกลางมากนัก
ผู้บำเพ็ญพรตสี่คนนั้นต่างทราบดี ความจริงแล้วเป็นตัวเองที่ถ่วงถงหลูเอาไว้ ในใจจึงรู้สึกผิด เวลาที่ต่อสู้จึงแสดงความกล้าหาญอย่างมากออกมา
“จิ๋งจิ่วเป็นอะไร? ทำไมผ่านมาหลายวันแล้วเขายังไม่มีคะแนนอีก?”
“ไม่แน่ใจ ในกลุ่มของศิษย์พี่ข้ามีศิษย์คุนหลุนอยู่คนหนึ่ง ได้ยินเขาบอกว่าหลายวันนี้จิ๋งจิ่วมิได้ลงมือเลย เรียกได้ว่าไม่เคยออกจากภูเขาลูกนั้นเลย”
“ภูเขาลูกแรกหลังจากที่เข้ามาในที่ราบหิมะน่ะหรือ?”
“ใช่”
“นี่เขากลัวหรือ? แต่ถ้าหากกระทั่งที่ราบหิมะก็ยังไม่กล้าเข้ามา แล้วเหตุใดต้องลงประลองวิถีพรตด้วย?”
ลมหนาวเสียดแทงราวคมมีด ม้วนเอาเกล็ดหิมะตกลงบนใบหน้าที่ดูธรรมดาของถงหลู
เขาได้ยินการพูดคุยของเพื่อนร่วมทาง ใบหน้าไร้ความรู้สึก มิรู้สึกหวั่นไหวใดๆ
หากเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะประลองวิถีหมากล้อมในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย บางทีเขาอาจจะคิดว่าจิ๋งจิ่วเป็นคนขี้ขลาดไร้ความสามารถ แต่หลังจากที่ได้เห็นการประลองหมากกระดานนั้นแล้ว เขาย่อมไม่คิดเช่นนั้นอีก
คนที่สามารถทนต่อจิตสังหารที่อยู่บนกระดานของถงเหยียนได้ อีกทั้งยังโจมตีกลับได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นใจแห่งเต๋าหรือว่าความมุ่งมั่นก็ย่อมต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
เพียงแต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ จิ๋งจิ่งกำล