ก
ชายหนุ่มหน้าเหลี่ยมที่นั่งอยู่ข้างเขาขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย พลางถอนใจออกมาอย่างผิดหวัง
เขาคืออู่หมิงจง เป็นศิษย์หนุ่มของสำนักอู๋เอินเหมิน ฝึกวิชาโล่กระบี่ที่หาได้ยาก สามารถสร้างม่านพลังอันแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่พอใจกับสถานการณ์ของกลุ่มในเวลานี้ แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์ของสำนักอู๋เอินเหมินและสำนักชิงซาน เขาจึงพูดอะไรมากไม่ได้
สุดท้ายก็มีคนที่ทนไม่ไหว ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มผู้นั้นมีนามว่าไต้อิ๋น เป็นศิษย์หนุ่มที่สำนักคุนหลุนให้ความสำคัญ
เขาสวมชุดสีดำ ตรงเอวมีสายคาดสีเขียวคาดเอาไว้เส้นหนึ่ง มันคือเชือกมรกตอันเป็นอาวุธวิเศษของสำนักคุนหลุน ว่ากันว่าทำมาจากกกระดูกทรงยาวของมังกรชิงเจียว อานุภาพทรงพลัง
ขนตาของไต้อิ๋นเหยียดตรงเหมือนกับคำพูดของเขา “พรุ่งนี้เช้าหากเขายังไม่ยอมไป อย่างนั้นเราก็จะทิ้งเขาไว้ที่นี่”
หลูจินและอู่หมิงจงมิได้กล่าวกระไร สาวน้อยที่เหลืออยู่อีกคนหนึ่งดูลังเลขึ้นมา นางกล่าวว่า “ถ้าไงเรารออีกหน่อยดีไหม? เพราะยังไงเขาก็อาวุโสกว่า บางทีอาจจะคิดอะไรรอบคอบกว่าพวกเรา อีกอย่างเขาได้ที่หนึ่งในการประลองหมากล้อมมา ดูแล้วสภาวะคงจะมิต่ำต้อย ได้ยินว่าในการทดสอบกระบี่ของชิงซาน กระทั่งศิษย์พี่กู้หานเขาก็ยังถูกเขาเอาชนะมาแล้ว”
“ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเป็นถึงอาจารย์ของสำนักชิงซาน วันๆ เอาแต่หลบอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน เขากำลังคิดอันใดอยู่กันแน่?”
ไต้อิ๋นมองดูนาง ยิ้มเยาะพลางกล่าว “ข