้าไม่รู้หรอกนะว่าสภาวะความสามารถของเขาเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากเราเอาแต่อยู่ที่นี่กับเขาอย่างนี้ แล้วการประลองวิถีพรตจะทำอย่างไร?”
สาวน้อยชื่ออินชิงมั่ว เป็นศิษย์ของหอไจซิง ใช้ป้านดารกะเป็นอาวุธวิเศษ เป็นคนที่กลุ่มประลองพรตแต่ละกลุ่มมิอาจขาดได้เหมือนอย่างศิษย์ของสำนักเสวียนหลิง
ได้ยินไต้อิ๋นกล่าวตรงๆ ขนาดนี้ คนที่เหลืออีกสองคนรวมทั้งนางต่างนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
ปัญหาอยู่ที่ว่า ใครจะเป็นคนไปพูดกับคนผู้นั้น?
แสงไฟตกกระทบลงบนใบหน้าพวกเขา วูบไหวไปมาไม่หยุด
“ในเมื่อข้าเป็นคนเสนอ อย่างนั้นข้าเป็นคนพูดเอง!” ไต้อิ๋นกัดฟันพลางกล่าว
……
……
จิ๋งจิ่วมองดูศิษย์หนุ่มของคุนหลุน
หลังเดินทางมาด้วยกันเป็นเวลาสิบกว่าวัน เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายชื่อไต้อิ๋น
“รู้สึกแปลกๆ หยุดรออีกสักหลายวันดีกว่า…”
เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริมอีกว่า “ข้าแนะนำ”
“หากพวกเราไม่ยอมรับคำแนะนำของท่านล่ะ?”
ไต้อิ๋นจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าวถาม สีหน้าดูค่อนข้างตื่นเต้น
สถานะความอาวุโสของจิ๋งจิ่วนั้นสูงกว่าพวกเขา อีกทั้งจิ๋งจิ่วยังเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ชื่อเสียงอันนั้นมันไม่ค่อยดีสักเท่าไร
ผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยต่างทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเจาเกอ ทุกคนต่างกำลังคาดเดาว่าเจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนผู้นั้นถูกเขาบีบให้ต้องตายหรือเปล่า
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “อย่างนั้นก็ออกเดินทางพรุ่ง