ให้ทำยังไง?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “กลับเขาก่อนเถอะ บำเพ็ญเพียรสำคัญกว่า เมื่อไรที่ไม่คิดเรื่องเหล่านี้แล้วค่อยมาโลกมนุษย์ใหม่ก็ได้”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูใบหน้าด้านข้างของเขา ก่อนถามอย่างจริงจังว่า “เจ้าหาคนที่อยากเจอพบหรือยัง?”
จิ๋งจิ่วส่ายศีรษะ กล่าวว่า “แต่ข้ารู้สึกว่าเขาเคยปรากฏตัวออกมาแล้ว อีกทั้งยังใช้วิธีการบางอย่างมองเห็นข้าแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิด กล่าวว่า “เอาล่ะ อย่างนั้นตอนประลองวิถีพรตก็ระวังหน่อยแล้วกัน”
จิ๋งจิ่วรู้สึกแปลกใจ กล่าวว่า “ทำไมข้าต้องเข้าร่วมประลองวิถีพรต?”
เจ้าล่าเยวี่ยยิ่งแปลกใจ กล่าวว่า “ทำไม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ย่ำโลหิตแสวงหาดอกเหมยมันอันตรายเกินไป และข้าก็ไม่ค่อยทำเรื่องเสี่ยงๆ”
เจ้าล่าเยวี่ยลืมตาโต มองดูดวงตาของเขา กล่าวถามว่า “ทำไม?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เพราะกลัวตาย”
ระหว่างทางที่มาเมืองเจาเกอ ถ้ำปลอมของนักพรตจิ๋งหยางเปิดออก เขาลอบสังเกตดูอย่างเงียบๆ ผลปรากฏว่าถูกฟางจิ่งเทียน พบเข้า อีกฝ่ายถึงขนาดมีความคิดที่จะฆ่าเขา
ในเวลานั้นเขารู้สึกได้ถึงอันตรายอันร้ายแรง
นี่เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกเช่นนี้หลังจากผ่านมาหลายปี
คืนนั้นฟางจิ่งเทียนมิได้ออกกระบี่ แต่หลังจากนั้นในสวนดอกเหมยเก่า เทียนจิ้นเหรินได้ลงมือโจมตีเขา
จากนั้นเขาถึงได้เข้าใจว่าตอนนี้มิใช่อดีตอีกแล้ว
ในอดีตเขาเคยชินกับการที่ไม่มีใครสามารถฆ่าเขาได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถไปไหนมาไห