ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ดินแดนทางใต้อากาศอบอุ่น แต่ชายชราผู้นั้นกลับห่มผ้าห่มหนาๆ เอาไว้สองผืน สีหน้ายังคงดูขาวซีด ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด ดูหวาดกลัวความหนาวเย็นเป็นอย่างมาก
สิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือลมหายใจของชายชราแผ่วเบา ดูเหมือนใกล้จะไม่ไหวแล้ว
มีชาวบ้านที่เห็นใจกล่าวว่า “เหล่าอาจารย์เซียนอาศัยอยู่ในเขาลึก มองไม่เห็นเจ้าหรอก ต่อให้เจ้าโขกศีรษะจนแตกแล้วจะมีประโยชน์อันใด? รีบไปที่วัดกั่วเฉิงดีกว่า”
“มั่วชิวอยู่ไกลเกินไป ท่านพ่อทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ข้าก็เลย…”
ชายหนุ่มกล่าวเสียงสั่นเครือ “ได้ยินว่าอาจารย์เซียนแห่งสำนักชิงซานมีเมตตา ยิ่งไปกว่านั้นยังลงมาตรวจตราดูบริเวณรอบๆ บ่อยๆ ถ้าเกิดวันนี้พวกท่านมาล่ะ?”
มีคนถอนใจพลางกล่าว “ยาวิเศษของอาจารย์เซียนล้ำค่ายิ่ง แล้วจะเอามามอบให้เจ้าง่ายๆ ได้อย่างไร? อีกทั้งเวลานี้โลกสงบสุข มิใช่เมื่อหลายปีก่อนที่นักพรตจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียน ที่ผ่านไปสองสามวันก็จะเห็นอาจารย์เซียนออกมาตรวจตรา ข้าไม่ได้เห็นลำแสงกระบี่มาครึ่งปีแล้ว เจ้าเลิกหวังเสียเถอะ”
ชายหนุ่มมองไปยังยอดเขาที่อยู่มีม่านหมอก บนใบหน้ามีรอยยิ้มน่าเวทนา ชาวบ้านผู้นั้นช่วยพยุงเขาขึ้นมาอย่างยากลำบาก จากนั้นลากรถเดินออกนอกเมืองไป
……………………………………………………………..