จิ๋งจิ่วน่าจะหยุดการฆ่าตัวตายของซือเฟิงเฉินได้ แต่เขาไม่ทำ
มิใช่เป็นเพราะว่าไม่จำเป็น แต่เป็นเพราะในตอนที่ซือเฟิงเฉินกล่าวประโยคสุดท้ายออกมา เขามองเห็นความปรารถนาที่จะตายในดวงตาของอีกฝ่าย
เขาเข้าใจความโกรธและความแค้นที่ซือเฟิงเฉินมีต่อผู้บำเพ็ญพรต ถึงแม้จะไม่เห็นใจก็ตาม
เขาเองก็ไม่อยากไล่ถามถึงความทุกข์ยากและเรื่องราวในอดีตของอีกฝ่าย
การเกิดและการตายสำคัญที่สุด
เขาเคารพ
เช่นนั้นก็ให้ผู้ที่ต้องการตายได้ตายตามที่ปรารถนาแล้วกัน
……
……
ภายในบ้านเงียบสงัด
แสงอาทิตย์เคลื่อนคล้อย ไก่ผอมสองตัวจิกเงาบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ไม่รู้เมื่อไร ประตูรั้วถูกเปิดออกอีกครั้ง
“อาจารย์ วันนี้กินผักกวางตุ้งผัดเนื้อแดดเดียวเหมือนเดิมนะขอรับ!”
หวังเสี่ยวหมิงเดินกระโผลกกระเผลกเข้าไป วางเนื้อแดดเดียวเส้นนั้นลงบนหินโม่ ยืดขาออกไปเตะไก่สองตัวนั้นเข้ากรง เพื่อที่พวกมันจะได้ไม่มาจิกเนื้อ
“ครั้งที่แล้วท่านบอกผักกวางตุ้งแก่ไปหน่อย ครั้งนี้ผักอ่อนมากเลยขอรับ”
เขาถือผักกวางตุ้งเดินเข้าไปในบ้านอย่างร่าเริง ด้วยหวังจะให้ผู้เป็นอาจารย์ได้ดู
เสียงเผละดังขึ้นเบาๆ
ผักกวางตุ้งตกลงบนพื้น แตกกระจายออก คล้ายดอกไม้อย่างไรอย่างนั้น
ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทาขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมได้
“อา…อา…อาจารย์!”
ภายในบ้านมีเสียงร่ำไห้ที่ฟังดูน่าสังเวชใจดังขึ้นมา
เสียงร่ำไห้ฟังดูแย่มาก
เสียงร่ำไห้ไม่ไพเราะ
……
……
งานศพของซือเฟิงเฉินจัดขึ้นอย่าง