ดวงตาของซือเฟิงเฉินหรี่ลงเล็กน้อย เขามองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่”
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมั่นใจว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
“เมื่อคืนนี้ ข้าได้คำนวณความเป็นไปได้ต่างๆ เนื่องเพราะมีตัวแปรบางอย่าง จึงไม่สามารถคำนวณผลที่แน่ชัดออกมาได้
จิ๋งจิ่วกล่าว “แต่ข้าคิดว่า เจ้าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
ดวงตาของซือเฟิงเฉินยิ่งหรี่เล็กลง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดสี “แค่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วบุกเข้ามากล่าวโทษข้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของราชสำนักอย่างนั้นหรือ? อาศัยเพียงการคาดเดาก็มั่นใจว่าต้องเป็นเช่นนั้น หรืออาจารย์เซียนจิ๋งจิ่วก็เล่นหมากล้อมแบบนี้?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ใช่”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเยาะไม่กล่าวกระไร
จิ๋งจิ่วกล่าว “ตอนนี้ไม่ใช่การคาดเดาแล้ว ทั้งการหายใจ การเต้นของหัวใจ เสียง และการตอบสนองต่างๆ ของเจ้าล้วนแต่บอกว่าเจ้ามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้”
ม่านตาของซือเฟิงเฉินหดเล็กลง
จิ๋งจิ่วกล่าว “รวมไปถึงการตอบสนองนี้ด้วย”
ภายในบ้านเงียบสงัด
ไก่ผอมสองตัวส่งเสียงร้องออกมา เสียงกุ๊กๆ ฟังดูไม่มีชีวิตชีวา
ซือเฟิงเฉินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
จากนั้นเขาลุกขึ้นยืน จัดระเบียบชุดเจ้าหน้าที่บนร่างกาย กล่าวว่า “ใช่ ข้าคือคนที่วางแผนเรื่องนี้เอง”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย สีหน้าดูราบเรียบเป็นอย่างมาก
มิทันรอให้จิ๋งจิ่วถามต่อ เขากล่าวออกมาต่อว่า “มือสังหารของปู้เห