ล่าหลินข้าเป็นคนจ้างมาเอง คนที่คอยประสานงานอยู่ในร้านสุราเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่เวลานี้เขาน่าจะหนีไปแล้ว หากจะบอกว่ามีอะไรที่เหนือความคาดหมาย ก็คงเป็นเรื่องที่ข้าคิดไม่ถึงว่ามือสังหารของปู้เหล่าหลินจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักจงโจว ข้ามั่นใจเป็นอย่างมากว่านี่มิใช่ความคิดของสำนักจงโจว อีกทั้งข้ายังเริ่มรู้สึกแล้วว่าข้าถูกปู้เหล่าหลินหลอกใช้หรือเปล่า เจ้าน่าเข้าใจความหมายของข้า”
ต่อให้เป็นคนร้ายที่ขี้ขลาดที่สุดก็ยังไม่สารภาพออกมาจนหมดแบบนี้
ในความใจเย็นของซือเฟิงเฉินมีความรู้สึกที่แปลกประหลาดอย่างมากอย่างหนึ่งแฝงอยู่
จิ๋งจิ่วมิได้รู้สึกอะไร เป็นเพราะเขามิได้ใส่ใจ จากนั้นกล่าวว่า “ในเวลานี้ยังกังวลว่าสำนักฝ่ายธรรมะจะต่อสู้กัน ทำให้ราชสำนักสั่นคลอน ดูเหมือนเจ้าจะเป็นขุนนางที่จงรักภักดี”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องมาติดร่างแหไปด้วย”
ซือเฟิงเฉินเงยหน้าขึ้น พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงว่า “ข้าไม่เหมือนกับพวกเจ้า ถึงแม้จะเป็นผู้บำเพ็ญพรตด้วยกัน แต่ข้าไม่เคยฝึกตัดขาดความรู้สึกมาก่อน”
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจว่าการเคลื่อนไหวของเขาเหล่านี้ต้องการจะสื่อถึงสิ่งใด เขากล่าวว่า “บอกชื่อคนที่คอยหนุนหลังเจ้ามา”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “มีคนหนุนหลังอะไรที่ไหนกัน ก็แค่ข้าต้องการฆ่านางเท่านั้น เขาเองก็รู้เรื่องนี้ดี ไม่อย่างนั้นคงไม่มาหาข้าถึงที่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “หากเว่ยเฉิง