จึเป็นคนของปู้เหล่าหลิน อาศัยเพียงเจ้าไม่มีทางจ้างเขามาได้”
ซือเฟิงเฉินสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขานิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ารู้ว่าเป็นจิ่งซิน”
แขนเสื้อของซือเฟิงเฉินกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงพูดคำตอบออกมาอย่างมั่นใจขนาดนี้
“เจ้าไม่มีหลักฐาน ต่อให้เจ้าเป็นวิชาค้นหาวิญญาณของพรรคมาร สิ่งที่ได้มาเหล่านั้นก็เป็นได้แค่เพียงคำพูดไร้สาระ ไม่อาจถูกยอมรับได้”
เขามองดูสีหน้าจิ๋งจิ่ว พลางกล่าวเสียงแข็งว่า “ต่อให้ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกไข่มุกซู่หลิวของสำนักชิงซานบันทึกเอาไว้ มันก็มิอาจถูกยอมรับได้เช่นกัน เพราะว่ามันไม่มีเสียง”
ในโลกนี้มีเพียงไข่มุกหวนเทียนของสำนักจงโจวเท่านี้ถึงจะสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์และเสียงเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ของล้ำค่าแบบนั้นย่อมไม่มีทางมาอยู่ในมือศิษย์ชิงซานที่อายุยังน้อยคนหนึ่งแน่นอน
จิ๋งจิ่วกล่าว “ที่แท้เจ้าคิดไม่ว่าไม่มีหลักฐาน จึงไม่รู้สึกกังวล”
ซือเฟิงเฉินกล่าว “ถูกต้อง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าทำอะไรไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน”
ซือเฟิงเฉินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “พวกผู้บำเพ็ญพรตอย่างพวกเจ้า แต่ไหนแต่ไรมาก็ล้วนแต่เป็นแบบนี้ ข้ากลับมิรู้สึกแปลกใจ”
จิ๋งจิ่วสืบเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
ซือเฟิงเฉินกล่าว “ดูเหมือนข้าคงจะต้องตายแน่นอนแล้ว ก่อนข้าตาย เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงอยากฆ่าเจ้าล่าเยวี่ยเพ