วหาคือตนเอง จิ๋งจิ่วคงไม่มีทางสนใจเป็นแน่ แต่เมื่อคนที่ถูกกล่าวว่าคือเจ้าล่าเยวี่ย เขากลับพูดแทนนางสองสามประโยค
“คนที่เจ้าล่าเยวี่ยฆ่าล้วนแต่เป็นคนชั่ว”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเยาะพลางกล่าว “ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าควรให้ผู้บำเพ็ญพรตอย่างพวกเจ้าเป็นคนกำหนดบรรทัดฐานความดีความชั่วดีหรือไม่ ต่อให้คนที่นางฆ่าล้วนแต่เป็นคนชั่ว เป็นปีศาจ แต่แบบนี้น่ะหรือคือการทำความดี? ครานั้นเจ้าและเจ้าล่าเยวี่ยสังหารนักเลงของหอนางโลมที่เมืองซางโจวไปสองสามคน หลังจากนั้นข้าได้ตรวจสอบดูจึงพอเข้าใจว่าเหตุใดพวกเจ้าจึงทำเช่นนั้น ผู้บำเพ็ญพรตผู้สูงส่งเดินทางผ่านมาเพียงสะบัดมือ แล้วจะเปลี่ยนชีวิตอันน่ารันทดของคนธรรมดาคนหนึ่ง? พวกเจ้าคิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะช่วยชีวิตเด็กสาวคนนั้นได้หรือ? อย่างนั้นเจ้ารู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เด็กสาวคนนั้นใช้ชีวิตที่น่ารันทดอย่างไร? ทำความดีอะไรกัน ก็แค่เติมเต็มความกระหายที่จะได้ช่วยเหลือมนุษย์เท่านั้น จอมปลอม น่าขยะแขยง!”
จิ๋งจิ่วกล่าวอย่างเรียบเฉย “ถูกต้อง ตอนนั้นข้าก็เคยบอกนางแล้ว อย่างนั้นเจ้าล่ะ? หลังเจ้ารู้เรื่องนี้แล้วทำอะไรบ้าง?”
รอยยิ้มบนใบหน้าซือเฟิงเฉินค่อยๆ หดหายไป
จิ๋งจิ่วกล่าว “หากเจ้าทำอะไรบ้าง สาวน้อยคนนั้นน่าจะขอบคุณเจ้า หากไม่ได้ทำ เจ้าก็ไม่สมควรถูกตำหนิ ก็เหมือนกับล่าเยวี่ย”
ซือเฟิงเฉินนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน ก่อนกล่าวว่า “บางทีเจ้าอาจจะพูดถูก ข้าเพียงแค่กลัวนางมากเกินไปเ