งชุ่ย หลายคนจึงสงสัยว่านี่จะเป็นแผนชั่วของดินแดนหมิงหรือไม่
ดินแดนหมิงอาจจะอยากฉวยโอกาสจากเรื่องนี้ ยุยงให้เกิดการปะทะกันสองสำนักใหญ่ที่เป็นผู้นำของสำนักฝ่ายธรรมะ จากนั้นหาประโยชน์จากตรงนี้
แต่เหล่านี้ก็เป็นได้เพียงการคาดเดา เพราะไม่มีหลักฐาน
ความจริงเป็นเหมือนท้องฟ้าที่ถูกหมอกจำนวนนับไม่ถ้วนบดบังเอาไว้ รู้อยู่ว่าอยู่ตรงนั้น แต่กลับมองไม่เห็น
ไม่มีใครเชื่อมโยงซือเฟิงเฉินกับคนวางแผนการลอบสังหารครั้งนี้เข้าด้วยกัน ถึงแม้เขาจะเคยนำเหล่ายอดฝีมือของกรมชิงซานไปไล่จับเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่วอยู่เป็นเวลานาน ถึงแม้เขาจะเคยกล่าวคำวาจาดุร้ายกับเจ้าล่าเยวี่ยต่อหน้าผู้บำเพ็ญจำนวนมากในงานเลี้ยงซื่อไห่
ก็เป็นเจ้าหน้าที่นี่นา…ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของราชสำนัก ย่อมต้องพูดคำพูดเหล่านั้นอยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกรมชิงเทียนที่ถูกกีดกันจะมีความสามารถอะไรคุกคามสำนักชิงซาน? จะมีปัญญาอะไรไปทำเรื่องใหญ่แบบนั้น?
ในคำว่าเจ้าหน้าที่ กลับไม่มีคำว่าความกล้าอยู่
ไม่มีใครเคยสงสัยซือเฟิงเฉิน
แต่จิ๋งจิ่วกลับมาหาเขาที่บ้าน แล้วถามคำถามแบบนี้
สีหน้าของเขาเรียบเฉย น้ำเสียงเองก็ราบเรียบ แต่กลับมีความรู้สึกที่ไม่อาจโต้แย้งได้อยู่
………………………………………