ช่วงสองวันมานี้ ซือเฟิงเฉินมิได้ว่างงานเหมือนอย่างเมื่อหลายวันก่อนอีก เพราะคดีที่เจ้าล่าเยวี่ยถูกลอบสังหาร เขาจึงต้องค้นหาทั่วทุกที่ในเมืองเจาเกอ กลับมาในเมืองก็ต้องยุ่งวุ่นวายกับการตรวจทานเอกสาร เมื่อคืนกลางดึกเขาถึงได้กลับมาที่บ้าน นั่งอ่านเอกสารที่เก็บเอาไว้ก่อนหน้านี้สองสามรอบ ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน
เมื่อได้ยินเสียงพูด เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ ขยี้ตาที่ยังงัวเงียอยู่
ภาพที่ดูเลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้น กลายเป็นคนรูปร่างสูงผู้หนึ่ง
จากนั้นเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่ไม่มีทางลืมเลือนได้ใบหน้านั้น ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกน้ำเย็นราดใส่ ดวงตาสว่างขึ้นมาในพริบตา
……
……
คดีในหุบเขาหมิงชุ่ยทำให้เกิดการคาดเดาและการถกเถียงกันมากมาย
มือสังหารได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเว่ยเฉิงจึ ผู้อาวุโสขั้นจิตก่อรูปของสำนักจงโจว
เช่นนั้นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังคือใคร?
จนถึงตอนนี้ พระสนมหูคือผู้ที่ถูกสงสัยมากที่สุด
ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่านางมีความแค้นกับเจ้าล่าเยวี่ย เรียกได้ว่าเป็นความแค้นที่ไม่มีวันคลี่คลาย
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักจงโจวมาโดยตลอด อาศัยสถานะภายในวังของนาง ก็มีโอกาสที่จะพูดโน้มน้าวผู้อาวุโสขั้นจิตก่อรูปของสำนักจงโจวได้สำเร็จอยู่
มีคนส่วนน้อยที่แน่ใจแล้วว่าเว่ยเฉิงจึคือมือสังหารของปู้เหล่าหลิน อย่างนั้นใครกันที่จ้างปู้เหล่าหลินมาได้?
เพราะเศษเพลิงวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ในหุบเขาหมิ