ามว่า “ยิ่งไปกว่านั้นการที่ให้ปู้เหล่าหลินมากระทำเรื่องราวที่ใหญ่โตเช่นนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังเหล่านั้นจะต้องจ่ายค่าตอบแทนมากมายขนาดไหนกัน?”
“แล้วก็ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง หากปู้เหล่าหลินเป็นคนเรียกมารชั่วดินแดนหมิงให้มาสังหารท่านผู้อาวุ….เว่ยเฉิงจึเพื่อปิดปาก เหตุใดหลังเสร็จเรื่องราวแล้วจึงไม่กำจัดร่องรอยเหล่านั้นให้สะอาด? หากเป็นเพราะเวลาเร่งด่วนไม่ทันการ เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ควรจะให้มารชั่วดินแดนหมิงลงมือ ความผิดที่ร่วมมือกับเผ่าหมิงนี้ ต่อให้เป็นปู้เหล่าหลินก็คงไม่ยินดีที่จะแบกรับแน่”
เจ้ากรมชิงเทียนกล่าวต่อ
หนานว่างกล่าวว่า “ข้าไม่สนใจว่าเรื่องนี้จะมีเบื้องหลังอะไรแอบซ่อนอยู่ สรุปแล้วก็คือผู้อาวุโสของสำนักจงโจวของพวกเจ้ากระทำเรื่องแบบนี้ เช่นนั้นก็พูดอะไรที่พวกเจ้าสมควรจะพูด”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ความหมายของหนานว่างชัดเจน
ตอนนี้คนที่ควรจะก้าวออกมาพูดคือสำนักจงโจว
คำพูดที่ควรจะพูดก็ย่อมต้องเป็นการขอโทษและการชดเชย
สายตาหลายคู่มองไปยังมุมหนึ่งของห้อง
ตรงนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่
ลั่วไหวหนานซึ่งมาถึงเรือนซีซานตั้งแต่เช้ายืนอยู่ที่นี่มาโดยตลอด
ตั้งแต่ต้นจนมาถึงตอนนี้ เขามิได้ขยับไปไหน มิได้ดื่มน้ำ แล้วก็มิได้กินอาหาร ท่าทีดูสง่าผ่าเผย
จนกระทั่งในเวลานี้ ในที่สุดสำนักชิงซานก็เอ่ยปากถามออกมาอย่างเป็นทางการ เขาถึงได้กล่าวคำพูดประโยคแรกของตนเองออกมา
“เรื่องนี้ สำนักจงโจวของพ