าเยวี่ยใช้มือสางผมที่ยุ่งเหยิงไปไว้ด้านหลังหู ในใจรู้สึกคิดถึงหวีจันทราของจิ๋งจิ่วขึ้นมา
นางไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นตนตกอยู่ในสภาพแบบนี้
เพราะอีกฝ่ายคือศิษย์ของเหลียนซานเยวี่ย
หลังจากนั้นสิบกว่าอึดใจ พลันมีลมพัดขึ้นมาอย่างรุนแรง ลำธารในหุบเขาหมิงชุ่ยไหลไม่เป็นทิศเป็นทาง ลำแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งลงมาบนพื้นดุจดั่งสายฟ้า
หนานว่าง เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงมาถึงแล้ว
นางมองดูสภาพเจ้าล่าเยวี่ย สองคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย กล่าวว่า “ใคร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “หนีไปเมื่อสิบห้าอึดใจก่อนหน้านี้”
“คิดจะหนี?”
หนานว่างหมุนตัวมองไปทางหุบเขา ใบหน้าเผยให้เห็นจิตสังหาร
เสื้อผ้านางพลิ้วไหวขึ้นมาตามลม เจตน์กระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาหมิงชุ่ย
จิตจำแนกแห่งกระบี่แข็งแกร่งอย่างมากสายหนึ่งกระจายตัวออกไปทุกทิศทุกทาง พริบตาก็ปกคลุมป่าและภูเขาโดยรอบเป็นรัศมีสิบกว่าลี้
แต่นางก็มิได้พบไอพลังของผู้บำเพ็ญพรตคนไหนเลย
กั้วตงกล่าว “น่าจะเป็นวิชาหลบหนีฟ้าดิน”
หนานว่างมองดูนาง มิได้กล่าวกระไร
นางไม่ชอบเหลียนซานเยวี่ย เช่นนั้นก็ย่อมไม่มีทางชื่นชอบกั้วตงด้วยกันเหมือน แต่นางก็ต้องยอมรับว่าความรู้ของศิษย์สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยนั้นมิธรรมดาจริงๆ
มีลำแสงกระบี่บินมาถึงริมลำธารในหุบเขาหมิงชุ่ยไม่ขาดสาย ศิษย์ชิงซานหลายสิบคนทยอยขี่กระบี่บินมา มุ่งหน้ามาจากเมืองเจาเกอ
หนานว่างกล่าวสีหน้าเรียบเฉย “ตั้งข่ายพลังกระบี่ค้นหาศัตรู”
ฟิ้ว