าจะเป็นลูกที่พระสนมคนไหนให้กำเนิดก็ล้วนแต่เป็นภัยคุกคามต่อเขา
เพราะนี่แสดงถึงท่าทีของเสด็จพ่อ
ความหมายของไท่ฟู่เองก็ชัดเจนอย่างมาก เมื่ออยู่ต่อหน้าตำแหน่งฮ่องเต้ ความเสี่ยงใดๆ ล้วนแต่คุ้มค่า
“เช่นนั้นข้าล่ะ? ข้าต้องทำยังไงถึงจะทำให้เรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับข้า? ข้าต้องการมั่นใจว่าทั้งหนิวจินและชิงซานจะสืบไม่เจออะไร”
“ง่ายมากพ่ะย่ะค่ะ เพราะเดิมเรื่องนี้ก็มิได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพระองค์อยู่แล้ว”
“เจ้าเชื่อคนที่ชื่อซือเฟิงเฉิน?”
“พ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมรู้ว่าความเคียดแค้นของเขามาจากไหน”
เหลียงไท่ฟู่กล่าวทอดถอนใจ “ความเคียดแค้นนั้นเป็นพลังที่น่ากลัว แต่มันช่วยให้เขารักษาความลับทุกอย่างได้ ถึงแม้นจะต้องเผชิญหน้ากับสำนักชิงซานก็ตาม”
……
……
ในเมืองเจาเกอมีเหลาสุราเล็กๆ อยู่มากมาย
ซือเฟิงเฉินออกมาจากเหลาสุราเล็กๆ แห่งนั้น เดินวนไปวนมาอยู่ในตรอกซอกซอยที่เป็นเหมือนไยแมงมุมอยู่ครึ่งชั่วยาม ก่อนจะเดินเข้าไปในเหลาสุราเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง
เหล่าแขกที่กำลังเมามายในเหลาสุรายังคงพูดคุยถึงเรื่องงานชุมนุมเหมยฮุ่ย พูดให้ถูกคือยังคงพูดคุยถึงหมากกระดานนั้น
ซือเฟิงเฉินขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ เดินเข้าไปในเหลาสุรา พยักหน้าทักทายเถ้าแก่เหลาสุรา ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในห้องเก็บของที่เงียบเชียบ
“เรื่องที่คุยกันครั้งที่แล้ว เป็นอย่างไร?”
เขามองดูเจ้าของร้านที่มีศีรษะกลม ใบหูใหญ่ผู้นั้นพลางกล่าว สีหน้าดูเรี