ยบเฉย แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆ
ในฐานะที่เป็นรองผู้ตรวจการณ์ของกรมชิงเทียน เมื่อได้เจอผู้ดูแลของปู้เหล่าหลิน เรื่องที่เขาควรทำมากที่สุดก็คือจับกุมอีกฝ่าย มิใช่พูดคุย
เถ้าแก่เหลาสุราผู้นั้นยิ้มๆ มองดูเขา มิได้กล่าวกระไร
ความอดทนในช่วงนี้ของซือเฟิงเฉินมิค่อยดีเท่าไร เขากล่าวเสียงต่ำว่า “ข้าสามารถหาเจ้าเจอครั้งหนึ่ง ข้าก็ย่อมสามารถทำให้เจ้าออกไปจากเมืองเจาเกอไม่ได้อีก”
“พวกข้าซึ่งทำการค้า เดิมก็ต้องคอยติดต่อกับคนอยู่แล้ว การที่กรมชิงเทียนหาข้าเจอก็มิใช่เรื่องแปลกอะไร ก็เหมือนกับที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าโรงหมอที่อยู่ริมทะเลสาบไป๋หม่าแห่งนั้นคือสถานที่ใด”
เถ้าแก่เหลาสุรายังคงกล่าวยิ้มๆ ว่า “ยิ่งไปกว่านั้นพวกข้าก็ได้พิสูจน์ความจริงใจและความสามารถของตัวเองแล้ว ปัญหาคือท่านยังมิเคยบอกเลยว่ายินดีที่จะจ่ายอะไร”
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การจ้างนักฆ่ามาฆ่าคนล้วนแต่ต้องจ่ายเงิน สิ่งที่ปู้เหล่าหลินทำก็คือธุรกิจนี้ ดังนั้นซือเฟิงเฉินก็ย่อมไม่มีข้อยกเว้น
ซือเฟิงเฉินสีหน้าผ่อนคลาย กล่าวว่า “คิดไม่ถึงพวกเจ้าจะสามารถใช้งานศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยได้ เพียงแต่ทำไมพวกเจ้าถึงเชื่อว่าเจ้าล่าเยวี่ยจะไปที่นั่นตัวคนเดียว?”
ชายอ้วนผู้เป็นเถ้าแก่ของเหลาสุราส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “เรื่องนี้มิสะดวกบอก พวกเรากลับมาพูดเรื่องการแลกเปลี่ยนนี้ดีกว่า เจ้าสามารถจ่ายอะไรให้พวกข้าได้?”
ซือเฟิงเฉินกล่าว “ข้าติดต่อกับพวกเจ้า