นี่เท่ากับเป็นการเอาตัวข้าไปอยู่ในกำมือพวกเจ้าแล้ว ส่วนพวกเจ้าะหาประโยชน์จากข้าได้เท่าไร นั่นก็ต้องดูว่าต่อไปพวกเจ้าจะใช้งานข้าอย่างไร”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเถ้าแก่อ้วนยิ่งกว้างขึ้น น้ำเสียงเยาะเย้ยที่อยู่ในคำพูดฟังดูชัดเจนอย่างมาก “ขุนนางที่ถูกเขี่ยทิ้งคนหนึ่งของกรมชิงเทียนจะเอาอะไรไปเทียบกับเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซาน? นอกเสียจากเจ้าจะเป็นกั๋วกงที่กุมอำนาจอย่างแท้จริง หรือไม่ก็รองผู้บัญชาการของกองทัพเจิ้นเป่ย”
ซือเฟิงเฉินมิได้โกรธ หากแต่มองดูเขา คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มพลางกล่าวว่า “หากข้าบอกว่าข้ามาจัดการเรื่องนี้แทนองค์รัชทายาทล่ะ?”
ชายอ้วนผู้เป็นเถ้าแก่เหลาสุรามิได้มีสีหน้าแปลกใจ ดูเหมือนเขาจะคาดเดาเรื่องนี้ได้แต่แรกแล้ว
“น่าสนใจ น่าสนใจ เพียงแต่เจ้าขายนายตัวเองเช่นนี้ หรือไม่กลัวพระองค์ทรงรู้แล้วจะมาฆ่าเจ้าที่หลัง?
“รัชทายาทเชื่อใจข้า ข้าเองก็เชื่อว่าตนเองจะไม่มีทางเปิดปาก ถึงแม้ต้องเผชิญกับความตายหรือวิชาค้นจิตก็ตาม แต่ถ้าเป็นไปได้ ข้ายังคงไม่อยากจะเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของชิงซานแบบตรงๆ”
ซือเฟิงเฉินจ้องมองดวงตาที่ดูคล้ายเส้นตรงสองเส้นของเถ้าแก่เหลาสุรา กล่าวว่า “ข้าสามารถเชื่อพวกเจ้าได้ใช่ไหม?”
ชายอ้วนเถ้าแก่เหลาสุรารู้สึกว่าขุนนางผู้นี้น่าสนใจ จึงยิ้มพลางกล่าวว่า “แน่นอน ชื่อเสียงของปู้เหล่าหลินมีค่ามาก ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าไม่ได้มีค่าที่จะให้ขายเลย”
หากปู้เหล่าหลินไม่ขายซือเฟิงเฉิ