สีขาวนางหนึ่งปรากฏกายขึ้นในศาลากลางทะเลสาบ ก่อนทำการคารวะนางพลางกล่าว “มั่วซีแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย คารวะท่านเจ้ายอดเขา”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูหญิงสาวที่เคยเจอหน้ากันมาแล้วครั้งหนึ่งคนนี้ กล่าวว่า “มีธุระอะไร?”
มั่วซีก้มหน้าเล็กน้อย มองเห็นสีหน้าไม่ชัด นางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า” ศิษย์พี่กั้วตงนัดพบท่านที่หุบเขาหมิงชุ่ยหลังจากนี้อีกสามวัน”
เจ้าล่าเยวี่ยเลิกคิ้ว
เห็นได้ชัดว่ากั้วตงอยากเจอนางเป็นการส่วนตัว
สำหรับเรื่องนี้ นางมิแปลกใจอะไร เพราะตอนอยู่บนลานเหมันต์ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยและเขาฉีผาน นางล้วนแต่รับรู้ได้ถึงสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา
อารมณ์ในสายตาเหล่านั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งเป็นห่วง สงสัยใคร่รู้ ตรวจสอบ แต่ไม่มีความเป็นศัตรู
“好。”
“ได้”
เจ้าล่าเยวี่ยรับปากอีกฝ่าย
นางไม่อยากให้จิ๋งจิ่วรู้เรื่องนี้
เพราะกั้วตงเป็นศิษย์ของเหลียนซานเยวี่ย
……
……
ในเหลาสุราเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่สังเกตแห่งหนึ่งในเมืองเจาเกอ
บรรดาแขกที่มาดื่มสุรายังคงพูดคุยถึงการประลองหมากล้อมบนเขาฉีผานเมื่อหลายวันก่อน
ซือเฟิงเฉินจิบสุราเหลืองที่เปรี้ยวเล็กน้อย กล่าวว่า “หลังจากนี้อีกสามวันจะเป็นวันตายของเจ้าล่าเยวี่ย”
ชายชรารูปร่างผอมแห้งผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเขา คีบเมล็ดสนเม็ดหนึ่งส่งเข้าไปในปากด้วยสีหน้าเฉยชา มิได้มีปฏิกิริยาใดๆ
ชายชราผู้นี้มีนามว่าเหลียงซิงเฉิง เป็นเจ้าหน้าที่ธรรมดาผู้หนึ่งในเมืองเจาเกอที่มิได้มีอะไรสะดุ