นนั้นเหตุใดสมณะสูงศักดิ์ของวัดกั่วเฉิงถึงมิได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เมื่อก่อนก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะพระเองก็มีแผนอยู่ในใจเช่นกัน”
เจ้าล่าเยวี่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “แบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไรต่อพวกเขา?”
“แบบนี้จะสามารถช่วยปกปิดและคุ้มครองผู้สืบทอดที่ถูกส่งมายังโลกปุถุชนที่แท้จริงคนนั้นได้ อีกทั้งยิ่งข้าเดินไปได้ไกล มันก็ยิ่งมีประโยชน์ต่อชื่อเสียงของวัดกั่วเฉิง”
จิ๋งจิ่วมิได้พูดถึงประเด็นนี้ต่อ หากแต่ถามไปตรงๆ ว่า “ในการประลองวิถีพรต เจ้าเตรียมจะสู้อย่างไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ก็แค่สู้ไป หรือเจ้ามีประสบการณ์อะไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่ถนัดเรื่องเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าเชื่อว่าเจ้าน่าจะแข็งแกร่งกว่าข้า”
……
……
จิ๋งจิ่วจากไปโดนไม่กินข้าวเย็น
เจ้าล่าเยวี่ยไม่แปลกใจ เดิมเขาก็ไม่ค่อยได้กินอะไรอยู่แล้ว
บนการเดินทางนับหมื่นลี้มีหม้อไฟจำนวนมากมายขนาดนั้น เขายังแค่ใช้น้ำแกงใสต้มผักแค่ไม่กี่ใบมากิน ยิ่งไปกว่านั้นในหลายๆ ครั้งยังใช้แค่ดูด้วย
สิ่งที่นางแปลกใจก็คือจิ๋งจิ่วบอกว่าต้องกลับไปทำธุระ — คนที่เกียจคร้านอย่างเขาจะมีธุระอะไรได้?
ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ได้บอกนางด้วยว่าเป็นธุระอะไร
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มีธุระต้องทำ ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่อยากให้เขารู้ด้วยเช่นกัน
“เชิญเข้ามา”
นางหันหน้าไปทางศาลาที่อยู่กลางทะเลสาบพลางกล่าว
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สตรีในชุด